วันของ”ชนาธิป”

เป็นอีกหนึ่งวันที่ดีที่สุดของแฟนบอลชาวไทย ที่ได้ชมฟอร์มการเล่นของ ชนาธิป สรงกระสินธ์  ดาวเตะทีมชาติไทย ที่ระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยม  นั้นต้องปลื้มปริ่มกันสุดๆอย่างแน่นอน
ความพยายามของชนาธิป นั้นแสดงออกให้เราเห็นมาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่เขาเดินทางไปยังแดน อาทิตย์อุทัย เพื่อไปค้าแข้งกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร  ตั้งแต่เมื่อกลางฤดูกาลที่แล้ว จวบจนมาวันนี้หนึ่งในความฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมาแล้ว นั่นคือการทำประตู ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะได้สำเร็จ
หลังในศึกเจลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดรัง ซัมโปโร สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ  วี วาเรน นากาซากิ  โดย “เจ“ ชนาธิป ที่สร้างผลงานได้ดีสองเกมติดต่อกันทำให้ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก มิไฮโล เปโตรวิช ให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องในเกมลีกเป็นสี่เกมติดต่อกัน โดยยังคงประสานงานในเกมรุกร่วมกับ เจย์ โบย์ธรอยด์ และ โคจิ มิโยชิ เช่นเคย
เกมนี้ ทัพคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้ทำเปลี่ยนนักเตะหนึ่งต่ำแหน่งคือการได้ ทาคูมะ อาราโนะ กองกลางจอมขยันที่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมายืนกลางอีกครั้งแทนที่ เฮียวโด ซึ่งการได้ อาราโนะ กลับมาทำให้กลางคอนซาโดเล่ ซัปโปโร แน่นขึ้น


ผลปรากฏว่า ชนาธิป ระเบิดฟอร์มสุดยอด เมื่อในนาที 53 นั้นทำแอสซิสต์ แทงบอลทะลุช่องให้ เจย์ โบธรอยด์  หลุดเข้าไปยิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายเกมนาที 83 วีวาเรน มาตามตีเสมอ 1-1  จากลูกยิงของ ฮิจิริ โอนากะ
จนกระทั่งในช่วงทดเจ็บนาที 94 เมสซี่เจ ก็กลายเป็นฮีโร่ เมื่อโขกประตูชัยช่วยให้ทีมเอาชนะ วีวาเรน 2-1 ประเดิมชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ พร้อมเขยิบขึ้นมาอยู่อันดับ 11 ของตาราง  พร้อมเขยิบมาอยู่อันดับ 11 ของตารางในศึก เจลีก ญีปุ่น  ได้สำเร็จ
ทีมงานSBOBET  มองว่า เจ ยังคงรักษามาตราฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย  ไม่ว่าจะเป็นช่วงครึ่งแรกหรือครึ่งหลัง ทั้งการจับบอลจังหวะแรกการให้บอลรวมถึงจังหวะหลอกคู่ต่อสู้ โดยเฉพาะในครึ่งหลังนั้นมีจังหวะกระดกหลบผู้เล่น วี-วาเร็น นากาซากิ ถึงสองคนเรียกเสียงแฟนบอลได้กระหึ่ม ซัปโปโร โดม
จากการเก็บชัยชนะในเกมนี้ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทำให้เป็นการเก็บสามแต้มแรกของฤดูกาล 2018 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 20, 000 คน เรียกได้ว่าปลดล็อคได้ซะทีหลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ดี แต่ทว่าไม่สามารถเก็บชัยชนะได้จากเกมที่ผ่านๆมา ซึ่งทำให้พวกเขาน่าจะมั่นใจมากขึ้นก่อนจะเข้าช่วงพักเบรกทีมชาติ

ซึ่งหลังจบเกม ชนาธิป ที่คว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ และกลายเป็นคนไทยคนที่ 2 ต่อจาก ธีรศิลป์ แดงดา ที่คว้ารางวัลนี้ ก้ได้ขึ้นไปสัมภาษณ์บนเวทีต่อหน้าแฟนบอลในสนาม  ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์ ชนาธิป ได้ตะโกนคำว่า  “ไซโค” ซึ่งเป็นศัพท์วัยรุ่นที่แปลว่า “สุดยอด” ออกมา ก่อนที่แฟนบอลในสนาม ซัปโปโร โดม จะตะโกนเรียกชื่อ ชนาธิป ชนาธิป กันอย่างกึกก้อง
“ประตูที่ผมทำได้ ผมว่ามันเป็นลูกที่โค้ชให้ซ้อมอยู่เป็นประจำ มันเป็นสูตรที่โค้ชเขาสอนเราในทุกวัน บอกว่าถ้าบอลมาเราต้องทำอย่างนี้นะ ต้องอยู่ตรงจุดนี้  การทำประตูชัยครั้งนี้ก็ตื่นเต้นและก็ดีใจ ต้องขอบคุณโค้ชและสต๊าฟ และเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ไม่ยอมแพ้ มีความสุขมากๆครับ ที่เราชนะได้ซักที เพราะพรุ่งนี้เผมต้องกลับไปไทยแล้ว ก็ยินดีกับทีมมากครับ” ชนาธิป กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ
หลังจากนี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อร่วมทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย สู้ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค. โดยจะเข้ารายงานตัวกับ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือช้างศึก ชาวเซอร์เบีย ในวันจันทร์ที่ 19 มี.ค. นี้ทันที
นี่คือบทพิสูจน์ของคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นอย่างแท้จริง เพราะเวลานี้เชื่อว่าทุกคนในทีม คอนซาโดเล่ นั้นต่างหลงรักดาวเตะตัวเล็กแต่หัวใจใหญ่รายนี้กันทุกคน และ ทีมงานSBOBET  ก็เชื่อว่าอนาคตของ ชนาธิป จะยังคงอีกยาวไกลในการโลดแล่นในดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ ยังไงเราก็จะเอาใจช่วย ดาวเตะทีมชาติไทย รายนี้ต่อไป
นักเตะไทยคนแรกที่ทำทั้งประตู และ แอสซิสต์  ครบในเจ ลีก (คนละนัด)  และเป็นคนแรกที่สามารถทำทั้งสองอย่างได้ในศึก เจ ลีก ภายในนัดเดียว
ไซโค ชนาธิป !!!!!!!!!!!!

กระหึ่มเอเชีย!เมื่อเจลีกพร้อมดึง“มุ้ย,อุ้ม”ร่วมทัพ


เป็นเวลา 4 เดือนที่ชนาธิป สรงกระสินธ์  ลงเล่นให้กับคอนซาโดเล่ ซัปโปโร และประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจซึ่ง ชนาธิป ใช้เวลาไม่นานในการเป็นที่รักของแฟนบอลซัปโปโร ขณะที่ตัวเขาเองก็มีความสุขในการลงเล่นในเจลีก และช่วยซัปโปโรอยู่รอดในลีกสูงสุดของญี่ปุ่นอีก 1 ปี ก็มีแข้งไทยหลายต้องการจะตามรอยชนาธิปและมีข่าวคราวเชื่อมโยงกับสโมสรดังๆในเจลีก
ซึ่งล่าสุด ทีมงานSBOBET ก็ทราบเรื่องที่กลายเป็นข่าวฮือฮาในเวลานี้ไม่น้อยเมื่อ  “บิ๊กเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาเผยว่า “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา  และ ธีราธร บุญมาทัน 2 ดาวเตะทีมชาติไทย ของ “กิเลนผยอง” มีโอกาสได้ย้ายไปค้าแข้งในศึกเจลีก ประเทศ ญี่ปุ่น เมื่อมีการเปิดเผยว่ามีมีสโมสรในแดนอาทิตอุทัย นั้นยื่นข้อเสนอเข้ามาขอซื้อตัวไปร่วมทัพ
โดยก่อนหน้านี้  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพิ่งปล่อยตัว ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะทีมชาติไทย ไปร่วมทัพ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในช่วงเลก 2 เจลีกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ก่อนที่ล่าสุด รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเมืองทอง จะออกมาเผยหลังทีมคว้าแชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ ว่าเวลานี้  ธีรศิลป์ แดงดา นั้นถูก คาวาซากิ ฟรอนตาเล รองจ่าฝูง ของศึกเจลีก ยื่นข้อเสนอเข้ามา ส่วน ธีราทร บุญมาทัน นั้นได้รับข้อเสนอจาก เซเรโซ่ โอซาก้า
“เบื้องต้นเมืองทอง แจ้งว่า เซเรโซ่ ติดต่อเข้ามาจริงครับ แต่ส่วนตัวผมตอนนี้ยังไม่เคยมีการพูดคุยแม้แต่ครั้งเดียว ที่ผ่านมามีแต่ข่าวมากกว่า จนถึงตอนนี้ผมยังไม่เคยคุยกับทีมไหนเลย อย่างล่าสุดก็มีทั้งเอเย่นต์ติดต่อเข้ามา บอกว่ามีหลายทีมเหมือนกันที่สนใจเรา แต่สำหรับผมก็ยังไม่มีโอกาสคุยกับทีมไหน หรือล่าสุด นาโออากิ อาโอยามะ ก็บอกว่าที่ญี่ปุ่นมีทั้ง ชิมิสุ เอสพัลส์ และ วิสเซิล โกเบ ที่สนใจผมด้วย แต่ก็ไม่รู้จริงหรือเปล่า เจลีก เป็นลีกที่น่าสนใจครับ แต่สุดท้ายแล้วนั่นเป็นเรื่องของอนาคต ผมอยากโฟกัสในการช่วย เมืองทอง ให้จบฤดูกาลนี้ก่อนครับ” ธีราทร กล่าว
ขณะที่ “มุ้ย” ก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า  “มันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้มันเพิ่งปิดฤดูกาล ผมยังไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้น ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ ตอนนี้ยังอยากพักก่อน เคลียร์สมอง เคลียร์ร่างกายให้เต็มที่ แล้วค่อยคิดถึงเรื่องของปีหน้า อย่างไรก็ตามผมอายุยังไม่มากเท่าไหร่ ผมยังอากพัฒนาและพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอด ถ้ามีโอกาสก็อยากไปพัฒนาตัวเองที่นั่นครับ” ธีรศิลป์ กล่าว
ทั้งนี้นักเตะไทย ได้รับสิทธิ์พิเศษในฐานะชาติพันธมิตรกับเจลีกให้สามารถลงสนามได้เทียบเท่ากับผู้เล่นญี่ปุ่นโดยไม่นับเป็นโควต้านักเตะต่างชาติ เช่นเดียวกับอีก 8 ชาติคือ เวียดนาม ,เมียนมา ,กัมพูชา ,สิงคโปร ,อินโดนีเซีย ,อิหร่าน, มาเลเซีย และ กาตาร์ ทำให้เชื่อว่าจะมีนักเตะไทยย้ายไปค้าแข้งอีกในอนาคตอย่างแน่นอน
ซึ่งนอกจาก 2 แข้งดังที่ว่ามา ทีมงานSBOBET ก็ไปลองเสาะหาแข้งไทยที่มีโอกาสไม่น้อยที่จะได้ไปเล่นในแดนอาทิตอุทัยเช่นกันมีดังนี้
นูรูล ศรียานเก็ม (ชลบุรี)
แม้จะถูกปล่อยให้ยืมตัวไปหลายครั้งเมื่อเป็นวัยรุ่น แต่นูรูลก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่จงรักภักดีต่อชลบุรีและเป็นปีกที่มีการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจในเวลานี้ นูรูลมีลูกเล่นมากมายและมีความเร็วที่พร้อมทำลายแบ๊กซ้ายฝั่งตรงข้ามให้ขาดกระจุย จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเชื่อมโยงให้เขาไปเล่นในลีกที่แข็งแกร่งกว่านี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคลีกของเกาหลีใต้
แม้ว่ามีหลายคนสงสัยกับสไตล์การเล่นของนูรูลจะประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นหรือไม่ และชนาธิปก็สามารถพิสูจน์แนวรุกตัวเล็กๆก็สามารถประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นได้เช่นกัน
นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา นฤบดินทร์พิสูจน์ตัวเองว่าตนกำลังจะกลับมาเป็นแบ๊กที่สมบูรณ์แบบในอนาคต หลังจากที่อาการบาดเจ็บทำให้เขาต้องพลาด เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อปีที่ผ่านมา และเสียตำแหน่งแบ๊กขวาในทีมชาติให้กับ    ทริสตอง โด ซึ่งกลายเป็นตัวหลักในปัจจุบัน หลังจากที่สลัดอาการบาดเจ็บพ้นไป นฤบดินทร์กลายเป็นกำลังสำคัญในการพาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทวงแชมป์ไทยลีกได้สำเร็จ
ตำแหน่งฟูลแบ๊คอาจไม่ใช่ตำแหน่งหลักที่ต้องนำเข้าผู้เล่นจากต่างชาติเข้ามา แต่ด้วยความสามารถที่ชัดเจน, วิ่งได้ไม่มีเหนื่อย และทักษะที่ยังสามารถพัฒนาได้อีก ทำให้นฤบดินทร์กลายเป็นการลงทุนในระยะยาวที่น่าสนใจ
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เมืองทอง ยูไนเต็ด)
ย้อนกลับไปในปี 2010 กวินทร์ได้รับโอกาสให้ไปทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การแนะนำของไบรอัน ร็อบสัน อดีตโค้ชทีมชาติไทยและกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่อาการบาดเจ็บทำให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป
เวลาผ่านไป กวินทร์ได้พัฒนาตนเองทั้งในและนอกสนามจนกลายเป็นผู้รักษาประตูที่แนวรุกฝั่งตรงข้ามต่างเกรงกลัว ด้วยความสูงถึง 183 เซนติเมตร ที่อาจจะไม่สูงเท่ามาตรฐานยุโรป แต่ก็ชดเชยด้วยการป้องกันลูกกลางอากาศ, ปฏิกิริยาที่ฉับไว และการดวลกันแบบตัวต่อตัว เช่นเดียวกันกับธีราทร กวินทร์พิสูจน์ตัวเองทุกอย่างในประเทศเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ต้องพิสูจน์ตัวเองในต่างประเทศในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการค้าแข้ง