เปิดใจ”ซิโก้”ครั้งแรกถึงเหตุต้องอำลาช้างศึก

ภายหลังจากที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตัดสินใจอำลาตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย ทีมงานSBOBET นั้นได้ติดตามอย่างใกล้ชิด  ล่าสุดอดีตกุนซือทัพ”ช้างศึก”ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรก โดยเผยถึงเหตุผลที่ลาออกเพราะรับไม่ได้หลังกลายเป็นแพะรับบาปกับผลงานทีมชาติไทย ที่ต้องตกรอบฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก หลังมีเพียงแต้มเดียวจาก 7 คะแนน

dfdf2-696x459
“ผมตัดสินใจลาออกเพื่อให้สมาคมฯ ได้เดินต่อ เพราะคิดว่าทำทีมชาติไม่ได้ดั่งใจที่แฟนบอลต้องการ ก็ต้องขอโทษทุกคนที่ไม่สามารถพาทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกได้ ก่อนหน้านี้ไม่มีความคิดว่าจะลาออกเลย เนื่องจากผูกพันธ์มาร่วม 20 ปี มันไม่ง่ายที่ลาออก แต่ก็ตัดสินใจแล้วและคิดว่าตัดสินใจถูกด้วย”
“เรื่องความกดดันจริงๆ แล้วไม่มีเลย แต่ในความคิดผมที่ประเมินด้วยตัวเอง ทุกคนอยากไปฟุตบอลโลก แต่วันนี้ทุกคนลืมว่าตัวเองเป็นใคร พอลืมปุ๊ปก็ไม่ฟังใครเลย อยากด่าใครด่าเลย ถ้าเราจะไปฟุตบอลโลกต้องไปกันทั้งหมด ล้มก็ล้มกันหมด แต่วันนี้เวลาล้มมันไม่มีใครเลย ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอยู่ต่อ”
“นักฟุตบอลพวกนี้คาบเกี่ยวชุดเก่าสมัยคุณวรวีร์ เด็กชุดนี้เราไม่ได้สร้าง แต่เรากำลังกินบุญเก่าอยู่ ซึ่งผมบอกนายกสมาคมฯ ว่าต้องรีบสร้างรุ่นใหม่ และนายกฯ ก็กำลังสร้าง ส่วนชุดใหญ่เดี๋ยวช่วยดูให้ ผมลากกระแสศรัทธาไปให้  ซี่งปี 2019 เราได้ไปเอเชี่ยนคัพ รอบสุดท้าย แล้ว โดยที่สมาคมฯ ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะเด็กชุดนี้ทำไว้ให้แล้ว แต่สิ่งที่สมาคมฯ จะต้องทำหลังจากนี้คืออะไรมากกว่า ทว่าผมก็ยังไม่เห็นสิ่งที่คุณกำลังจะทำเลย ยิ่งได้พูดคุยกับโค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล หลังกลับจากญี่ปุ่น ทางสมาคมฯ ตั้ง บ.เอคโคโน่ฯ มาดูแลเยาวชน ส่วนพี่เฮงเป็นประธานเทคนิค แสดงว่าพี่เฮงคือเสือกระดาษ เพราะไม่มีอำนาจอะไรเลยในเยาวชน ผมเลยมีความรู้สึกว่าบอลไทยไปต่อไม่ได้”
“อนาคตหลังจากนี้ ยังไม่มีแผน เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะลาออก วันนี้ยังมีความฝันอยู่ว่าอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก ทีมชาติไทยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กทั่วประเทศ เราได้แฟนคลับเด็กๆ เยอะ นี่คือชัยชนะ ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันอย่างเดียว ผมไม่ได้ใจร้อน จริงๆ แล้วเราพยายามกลั่นกรองตั้งแต่ได้แชมป์ซูซูกิคัพมา ดูหลายๆ อย่างว่าจะไปต่อยังไง นี่เป็นทางออกที่ดีเผื่อจะทำให้คนคาดหวังเยอะๆ จะได้สบายใจ และถ้าลองให้คนอื่นมาทำบ้างจะเป็นยังไง”
“โค้ชคนต่อไปของทีมไทย ผมคิดว่าได้ทั้งไทยทั้งต่างชาติแหละ พี่แนะนำให้คนไทยเข้าไปนะ ส่วนกุนซือต่างชาติแค่ซื้อเวลา เอามาถ้าทำดีก็เซ็นต่อ ถ้าไม่ดีก็บ้านใครบ้านมัน วันนี้ผมยังไม่ได้ออกไปไหน พี่ยังรักฟุตบอล เอาตัวเองออกมาจากฟุตบอลไม่ได้อยู่แล้ว วันนี้พี่โก้ไม่ได้เป็นเฮดโค้ชของทีมชาติไทยแล้ว แต่เชื่อว่านักเตะทุกคนเข้าใจสิ่งที่พี่ได้ปลูกฝังไว้ ขอบคุณแฟนบอลทั่วประเทศครับ” ซิโก้ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ในเวลานี้ ทีมงานSBOBET  ก็ทราบว่ามีกุนซือชื่อดังหลายรายที่ยื่นโปรไฟล์ให้กับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อยื่นขอเป็นกุนซือช้างศึก คนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น วินฟรีด เชเฟอร์ ,ซิโก้ (บราซิล) รวมไปถึง ฟิลิปป์ ทรุสซิเยร์ ซึ่ง 2 คนหลังนั้นเคยเป็นกุนซือทีมชาติญี่ปุ่นไปเล่นฟุตบอลโลกมาแล้ว
ก็ต้องดูกันต่อไปว่าสุดท้าใครที่จะเข้ามาเป็นกุนซือทีมชาติไทยคนใหม่  ส่วนเรื่องโจมตีกันไปมา คิดว่าถึงเวลานี้  ไม่ว่าใครจะผิดหรือถูก ทุกฝ่ายนั้นควรจะหยุดกันได้แล้ว ถึงเวลาที่มันควรต้องเดินหน้ากันต่อไปได้แล้วครับ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองกันไป ยังไงจนถึงตอนนี้ ทีมงานSBOBET ก็ยังเชื่อว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของาน เพชรแท้ไม่แพ้ดินสาดโคลน เพราะสุดท้ายก็ยังเป็นเพชรอยู่ดี
สู้กันต่อไปครับ “ทีมชาติไทย”

เบอร์7ปีศาจแดงที่ไร้สิ้นมนต์ขลัง

ถึงเวลานี้อย่างที่ทราบคือ เมมฟิส เดปาย ปีกอนาคตดับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ตกลงย้ายไปร่วมทัพ โอลิมปิก ลียง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ซึ่งนับว่าเป็นการขายแบบขาดทุนหลังจาก ยูไนเต็ด นั้นซื้อดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ด้วยค่าตัวถึง 25 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2015 และทำให้เวลานี้ เสื้อหมายเลข 7 นั้นต้องว่างลงอีกครั้ง
เมื่อพูดถึงเสื้อหมายเลข 7 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่คือ หมายเลขเสื้อระดับตำนานของทีม เพราะคนที่สวมใส่มักสร้างผลงานยอดเยี่ยมไว้มากมาย เช่น จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร็อบสัน, เอริค คันโตนา, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน โรนัลโด ทว่า เสื้อเบอร์ 7 ช่วงหลังของ “ปีศาจแดง” นั้นเริ่มขาดความศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนที่มาสานต่อตำนานไม่อาจสร้างผลงานได้ประทับใจเท่าคนเก่า

วันนี้ ทีมงานSBOBET จะพามาลองมาดูกันหน่อยว่ามีใครบ้าง ที่ทำให้เสื้อหมายเลข 7 ของยูไนเต็ด ต้องดูไร้สิ้นมนขลังไป
ไมเคิล โอเวน (2009-2012)
หนึ่งในตำนานการย้ายทีมที่สร้างความโกรธแค้นแด่สาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทุกหย่อมหญ้า เพราะในอดีตเคยเป็นจอมถล่มประตูขวัญใจ “เดอะ ค็อป” แต่กลับเลือกไปอยู่กับทีมคู่แค้นช่วงบั้นปลายชีวิต ผลงานที่ดีคือ มีแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2010-11 กับ ลีก คัพ ฤดูกาล 2009-10 ลงสนามไป 52 นัด ยิง 17 ประตูทุกรายการ แต่เทียบกับตำนานเบอร์ 7 คนอื่น เรียกว่า ไม่เห็นฝุ่น แถมแฟน “ผีแดง” ก็ไม่ยอมรับ รวมถึงเหล่าเดอะค็อป ก็เกลียดชังจนถึงปัจจุบัน
อันโตนิโอ วาเลนเซีย (2012-2013)
จากตำแหน่งปีกที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีขงอสโมสร ที่รับการจับตามอง จนได้สืบทอดเบอร์เสื้อระดับตำนานอยู่พักหนึ่ง เพราะความสามารถกระชากลากเลื้อยที่เป็นจุดเด่น ทว่ากลายเป็นความกดดันเมื่อปีนั้นเจ้าตัวดันเล่นไม่ออก แม้จะได้แชมป์ลีกในปีดังกล่าวก็ตาม สุดท้ายก็ขอกลับไปใช้เสื้อเบอร์ 25 เบอร์เก่งของตัวเองเหมือนเดิม
อังเคล ดิ มาเรีย (2014-2015)
ดาวเตะอาร์เจนไตน์ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาร่วมทัพ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรถึง 59 ล้านปอนด์พร้อมกับความคาดหวังของสาวก “เรด เดวิลส์” ทั่วโลก แถมยังได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ระดับตำนานที่หลายคนเชื่อมั่นว่าน่าจะ “เอาอยู่” เพราะความสามารถครบเครื่องทั้งยิงและจ่าย แต่สุดท้ายก็เป็นอีกคนที่ล้มเหลวเมื่อยึด 11 ตัวจริงไม่ได้ พอได้โอกาสก็เล่นไม่ออก จนโดนขายให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากทีมไปพร้อมความทรงจำที่เลวร้าย ลงเตะ 32 นัด ยิงแค่ 4 ประตู
เมมฟิส เดปาย (2015-2017)
เจ้าหนู เดปาย ได้ชื่อว่าเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลแห่งวงการลูกหนังเพราะฝีเท้าที่เคยฝากไว้กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และก็ได้รับโอกาสจาก หลุยส์ ฟาน กัล อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่อาจงัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาได้เหมือนก่อน 45 นัดที่ลงสนามยิงได้แค่ 7 ลูก แถมไลฟ์สไตล์ก็ดูหลงแสงสีเสียงมากกว่าจะขยันฝึกซ้อมเพื่อพิสูจน์คุณค่าในสนาม สุดท้ายในฤดูกาลนี้จะยังไม่สามารถเล่นได้ดีเช่นเดิม จนสุดท้ายโดนร ชเซ มูรินโญ กุนซือจอมอหังการ โละทิ้งและต้องระหกระเหินไปกับ โอลิมปิก ลียง ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ในที่สุด
หลังจากนี้ก็ต้องมาดูว่า หมายเลข 7 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับมาขลังได้เหมือนเดิมหรือไม่ แต่แว่วๆมาว่าเวลานี้ กำลังจะล็อคเป้าไปที่ อองตวน กรีซมันน์ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสของ แอตเลติโก มาดริด ทีมีข่าวออกมาว่า ตกลงค่าเหนื่อย และตกลงเบอร์เสื้อกันได้เรียบร้อยแล้ว โดยค่าตัวคาดว่าจะทุบสถิติโลกถึง 100 ล้านปอนด์
เอาเป็นว่าถ้าซื้อมาแล้วยังแป๊กอีก สงสัยต้องยกเลิกเบอร์นี้ถาวรไปเลยซะหละมั้ง !

“ซิโก้”รับดวลอิเหนาหนักสุดซูซูกิคัพ-ส.บอลวางกฏเข้มป้องแฟนบอลเถื่อน

ทีมงานSBOBET รายงานความเคลื่อนไหว ทัพ”ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่ล่าสุด เอาชนะ เมียนมา พร้อมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ไปพบกับ ทีมชาติ อินโดนีเซีย โดยจะแข่งขันเกมแรก ที่สนามปากันซารี เมืองโบกอร์ ประเทศ อินโดนีเซีย ในวันที่ 14 ธ.ค. ก่อนที่จะกลับมาแข่งขันที่ สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในนัดที่ 2 ในวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค.นี้

201536155520-21018-news-8438
ล่าสุด ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ก่อนจะต่อรถบัสไปยังเมือง โบกอร์ เพื่อเดินทางถึงโรงแรมที่พัก โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองกุนซือของทีมเผยว่า
“สภาพทีมตอนนี้โดยรวมถือว่าสมบูรณ์ อาจมีบางคนที่ยังเจ็บเล็กๆน้อยๆ แต่คิดว่าเมื่อถึงวันแข่งน่าจะพร้อมร้อยเปอร์เซนต์ สำหรับพี่แล้วคิดว่าการเยือน อินโดนีเซีย ครั้งนี้คือเกมสำคัญที่สุด เนื่องจากอย่างที่รู้กัน แฟนบอลอิเหนา นี่ดุดันแค่ไหน ครั้งนี้แม้ว่าจะไม่ได้เล่นที่สนามเสนายัน แต่เชื่อว่าที่ไนหนก็น่าจะดุดันไม่แพ้กัน พวกเขาเจอกับเราในบ้านไม่มีมาเล่นตั้งรับแน่นอน และนี่จะเป็นการทดสอบสภาพจิตใจของนักเตะไทยไปในตัว ว่าจะผ่านเกมนี้ได้หรือไม่”
“อย่างที่บอกไปว่าการเจออินโดในบ้านเป็นงานยาก แต่ก็บอกน้องๆว่าถ้าสมมุติว่าถ้าไม่มีการเล่นเหย้า เยือน ถ้าไปชิงที่บ้านเขาเลยต้องทำอย่างไร ฉะนั้นชัยชนะคือสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งทุกคนต้องมีสมาธิ ควบคุมอารมณ์เพราะเกมจะหนักแน่นอน” กุนซือทีมชาติไทยกล่าว
ขณะเดียวกัน บัตรเข้าชมการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศ นัด 2 ที่สนามราชมังคลากีฬสถาน ซึ่งเปิดจำหน่ายผ่านทาง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  ทีมงานSBOBET ได้เข้าไปเช็กดูปรากฏว่าในช่วง 18.00น. นั้นได้จำหน่ายหมดเกือบทุกโซนแล้ว เหลือเพียงโซน W2-W3 (อัฒจรรย์ฝั่งมีหลังคาชั้น 2 และ 3) ที่ยังเหลือจำหน่ายอยู่เล็กน้อยเท่านั้น

tnews_1467638527_894
ทางด้าน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ แฟนบอลบางกลุ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสื่อต่าง ๆ หลังจบการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมเมียนมา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
“ถึงแม้การกระทำดังกล่าว จะเป็นการกระทำของกลุ่มแฟนบอลบางกลุ่มซึ่งเป็นส่วนน้อยของแฟนบอล แต่ได้สร้างความเสียหาย และอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลไทยในสายตาแฟนบอลทั่วโลก รวมถึงอาจส่งผลกระทบความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกรณีดังกล่าว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่มีลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาอีก จึงได้กำหนดมาตรการ ดังนี้
1. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดดังกล่าว ได้มีหนังสือไปยังสมาคมฟุตบอลเมียนมา เพื่อขออภัยต่อแฟนฟุตบอลทีมชาติเมียนมา รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
2. กรณีผู้ที่ก่อเหตุกระทำการหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดตั้งทีมกฎหมายเพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาว่าเข้าข่ายถือเป็นความผิดต่อกฎระเบียบของฝ่ายจัดการแข่งขันหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการกระทำที่อาจนำไปสู่ความสับสนวุ่นวาย ความรุนแรง ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามตัวผู้ที่กระทำการไม่เหมาะสมมาสอบปากคำ และนำไปสู่การทำประวัติและบันทึกข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้ามในการเข้าชมเกมการแข่งขันในสนามการแข่งขัน
3. สำหรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการแข่งขันของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ผ่านมาใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักในการดูแลรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยในการจัดการแข่งขัน ซึ่งมีวิธีปฏิบัติและมาตรการที่เข้มงวดอยู่แล้ว
แต่ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จะได้มีการประชุมวางแผนกำหนดมาตรการเพิ่มเติมและแจ้งให้รับทราบโดยทั่วกัน โดย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะนำมาตราการใดๆ มาดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นที่ยอมรับ
4. การเข้าชมเกมการแข่งขันที่ขอบสนาม ขอความร่วมมือแฟนบอลชาวไทย มีส่วนร่วมและปลูกจิตสำนึกในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ชมเกมด้วยความสุภาพ ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และขอความร่วมมือทุกท่าน หากพบเห็นเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายจัดการแข่งขันที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสนาม เพื่อช่วยกันป้องกันหรือระงับเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงช่วยกันถ่ายภาพหรือบันทึกภาพ ส่งไปที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อาคารพงษ์สุภี ชั้น 3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปสู่การติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษต่อไป

การเงินดี!รวมสโมสรที่ขายนักเตะได้รวยเละที่สุด (ตอนแรก)

เรียกว่าธุรกิจในการซื้อขาย นักเตะ นั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยในวงการลูกหนังยุคนี้ และหากทีมได้ ที่ใช้เงินได้เต็มสภาพคล่องหละก็เชื่อว่าจะทำให้ทีมนั้นๆ มีกำไรแน่นอน วันนี้ ทีมงานSBOBET จะขอพามาทำความรู้จัก 10 อันดับสโมสร ที่ขายนักเตะแล้วได้กำไรมากที่สุดว่ามีทีมใดกันบ้าง
121225a2x42230
เชลซี (300 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายเเพงที่สุด : ดาวิด ลุยซ์ (50 ล้านปอนด์ ไป เปแอสเช)
รายแรกทีเชลซีเริ่มระบายออกจากทีมและได้ราคาดีคือ ยูริ เซอร์คอร์ฟ ปีกชาวรัสเซียที่ถูกเศรษฐีข้ามคืนอย่าง อันชี่ ทุ่มซื้อไปด้วยค่าตัว 12.75 ล้านปอนด์ หลังจากนั้นในปี 2013 ก็มีนักเตะเด่นๆที่โดนขายออกอีก อาทืเช่น เควิน เดอ บรอยน์ ที่ย้ายไปอยู่กับ โวล์ฟส์บวร์ก 18.7 ล้านปอนด์ รวมถึง ฆวน มาต้า ที่ถูกแมนฯ ยูไนเต็ดซื้อตัวไปด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์ในช่วงตลาดหน้าหนาว
ทีมงานSBOBET  จำได้ว่าในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 โรเมลู ลูกากู ได้ย้ายไปอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 28 ล้านปอนด์ , อังเดร์ ชูร์เล่ กับ โวล์ฟสบวร์ก ที่ 27 ล้านปอนด์ และ ดาวิด ลุยซ์ กับ เปแอสเช 50 ล้านปอนด์และเป็นนักเตะที่สโมสรขายได้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในปีต่อมาก็ยังสามารถทำเงินได้จาก รามิเรส 23.8 ล้านปอนด์ (เจียงซูซูหนิง) เฟลิปเป้ ลุยส์ 13.8 ล้านปอนด์ (แอตฯ มาดริด ) และ ปีเตอร์ เช็ค อีก 10 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังขาย โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ให้กับ โรม่าได้อีก 13 ล้านปอนด์ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

Real Madrid's Argentinian midfielder Angel di Maria celebrates after scoring during the Spanish Copa del Rey (King's Cup) finals stage second-leg football match Real Madrid CF vs Olimpic de Xativa at the Santiago Bernabeu stadium in Madrid on December 18, 2013. Real Madrid won 2-0. AFP PHOTO/ DANI POZO (Photo credit should read DANI POZO/AFP/Getty Images)

เรอัล มาดริด (310 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : อังเคล ดิ มาเรีย (60 ล้านปอนด์ไปแมนฯ ยูไนเต็ด)
ทัพ “ราชันชุดขาว”  ผู้สร้างสถิติในการซื้อนักเตะเป็นสถิติโลกมาโดยตลอด และนอกจากซื้อเข้าแล้วยังขายผู้เล่นได้กำไรมากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นขาย อัลบาโร่ โมราต้า ให้ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ พร้อมออพชั่นซื้อคืน และหลังจากนั้นก็ยังขาย เมซุต โอซิล ให้ อาร์เซน่อล อีก 42 ล้านปอนด์ หรือ กอนซาโล่ อิกวาอิน โดนปล่อยไปอยู่กับ นาโปลี ด้วยค่าตัว 33 ล้านปอนด์ ขณะที่ในฤดูกาลล่าสุดยังขาย เฆเซ่ โรดริเกซ ให้ เปแอสเช ได้เงินมาอีก 21.5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
2013825201411-lamela
โรม่า (311 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายเเพงที่สุด : เอริค ลาเมล่า ( 30 ล้านปอนด์  , สเปอร์ส)
เอริค ลาเมล่า โดนขายให้กับ สเปอร์ส ในปี 2013 และนี่คือดีลที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาในรอบ 6 ปีหลังสุด นอกจากนี้ยังขาย มาร์ควินญอส ให้กับ เปแอสเช ได้อีก 23.5 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์เดียวกัน จากนั้นในปีต่อมาก โรม่า ยังทำเงินได้จากการาย เมห์ดี้ เบนาเตีย ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2014 และยังคงขาย อเลสซิโอ โรมันญอลี่ ให้ เอซี มิลานได้อีกด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ แชร์วินโญ่ ย้ายไปอยู่กับ เหอเป่ย ใน ไชนีสซูเปอร์ลีก ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ในเดือน มกราคม ปี 2016 ขณะที่ในฤดูกาลล่าสุดก็เป็น มิราเล็ม ปานิช ที่ขายให้กับคู่ปรับร่วมลีกอย่าง ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 27.2 ล้านปอนด์

200643_1
สเปอร์ส (313 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : แกเรธ เบล (86 ล้านปอนด์)
ทีมงานSBOBET ยอมรับว่าสเปอร์สกลายเป็นทีมที่มีเงินใช้จ่ายซื้อนักเตะมากขึ้น ก็เพราะการขาย เบล ให้กับ เรอัล มาดริด ได้เป็นสถิติโลกเวลานั้นถึง 86 ล้านปอนด์นั่นเอง การขาย โรแบร์โต้ โซลดาโด้ กลับลีกสเปนทำให้พวกเขาได้เงินมาราวๆ 26 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังขาย 3 แข้งที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีมอย่าง อันดรอส ทาวน์เซ่น , ไรอัน เมสัน และ นาเซอร์ ชาดลี่ ออกจากได้ค่าตัวรวมกัน 38 ล้านปอนด์ ในส่วนของรายอื่นๆยังมี เปาลินโญ่ 11.9 ล้านปอนด์ (กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์) , กิลฟี่ ซิเกิร์ดสัน 8.5 ล้านปอนด์ (สวอนซี) , ขณะที่การซื้อขายที่ทำเงินก้อนใหญ้ได้อีกก็คือการขาย ลูก้า โมดริช ให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์
23193401yfe9lec1twcljy
แอตเลติโก มาดริด (319 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : ราดาเมล ฟัลเกา (51 ล้านปอนด์ , โมนาโก)
กำไรของทัพ “ตราหมี” เริ่มต้นจากการขาย เซร์คิโอ อเกวโร่ ให้ แมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ จากนั้นตามด้วยการขาย ดาบิด เด เคอา ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวอีก 17.8 ล้านปอนด์ ต่อด้วย ราดาเมล ฟัลเกา ที่ถูกขายให้กับโมนาโก 50 ล้านปอนด์ และในอีก 1 ปีต่อพวกเขายังขาย ดิเอโก้ กอสต้า ให้กับ เชลซี ฟันกำไรไปอีก 32 ล้านปอนด์ ยังมี เฟลิปเป้ ลุยส์ ที่ไปเชลซีอีกคน ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ ก่อนจะฟันกำไรเน้นๆจาก แจ็คสัน มาร์ติเนซ 35.7 ล้านปอนด์ (กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์) และ อาร์ด้า ตูราน 29 ล้านปอนด์ (บาร์เซโลน่า)

เดี๋ยวตอนหน้าเราจะมาว่ากันอีก 5 ทีมที่เหลือซึ่งต้องบอกว่า แต่ละทีมไม่ธรรมดาจริงๆ ใบ้ให้ว่าทีมอันดับ 1 มาจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยนะ อิอิ

10ยอดกุนซือรับค่าเหนื่อยแพงสุดในโลก

           หลังจากที่ได้มีเปิดเผยค่าเหนื่อยของ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะซุปตาร์ของ เรอัล มาดริด ออกมาเป็นที่เรียบร้อยหลังเขากลายเป็นแข้งที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลกถึงปีละ 45 ล้านปอนด์  คราวนี้ ทีมงานSBOBET

           จะขอมาพูดถึงผู้จัดการทีม ซึ่งน่าจะเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดของสโมสรฟุตบอลอาชีพในยุคนี้ เนื่องจากเป็นผู้ที่คอยชี้นำนักเตะและบันดาลความสำเร็จมาสู่ทีม ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องเป็นคนที่คอยแบกความรับผิดชอบและแรงกดดันต่างๆที่ถาโถมเข้ามา ด้วยภาระหน้าที่ที่หนักหนาสากรรจ์ขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ค่าเหนื่อยของบรรดากุนซือชื่อดังทั้งหลายจะสูงลิบลิ่วตามไปด้วย

และนี่คือ 10 กุนซือที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลกที่ ทีมงานSBOBET นำมาฝาก

อูไน เอเมรี่ (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง) 5.65 ล้านปอนด์ / ปี

หลังจากพา เซบีย่า ประกาศศักดาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ได้ถึง 3 สมัยซ้อน กุนซือฝีมือฉมังชาวสเปน ก็ตัดสินใจออกไปหาความท้าทายในการคุมทีมนอกประเทศอีกครั้งกับ ทีมเจ้าบุญทุ่มแห่งเมืองน้ำหอม โดยตกลงเซ็นต์สัญญาเบื้องต้น 2 ปีบวกด้วยออปชั่นเพิ่มเติมอีกหนึ่งปีในการเข้ามากุมบังเหียนทีมแทนที่ โลร็องต์ บล็องก์ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบัน ยอดทีมจากปารีส อยู่ในอันดับ 3 โดยมีแต้มเท่ากับ โมนาโก ทีมรอง และตามหลัง นีซ ทีมจ่าฝูงอยู่ 3 คะแนน

โรนัลด์ คูมัน (เอฟเวอร์ตัน) 6 ล้านปอนด์ / ปี

นับเป็นสโมสรที่ 9 สำหรับการผันตัวเองมารับงานคุมทีมของ อดีตปราการหลังพลังช้างถีบ โดยหลังจากที่เขาทำผลงานไว้กับ เซาแธมป์ตัน ได้อย่างโดดเด่นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้บอร์ดบริหารของ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ตัดสินใจดึงตัว เฮดโค้ชชาวดัตช์ เข้ามายังถิ่น เมอร์ซี่ย์ไซด์ ด้วยสัญญา 3 ปีเพื่อมาแทนที่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ที่พึ่งถูกปลดออกไปและขยับไปทำหน้าที่ผจก.ทีมชาติ เบลเยี่ยม ปัจจุบัน เอฟเวอร์ตัน อยู่ในอันดับ 7 ของตารางคะแนนและยังไม่เคยแพ้ใครในบ้าน

อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี) 6.5 ล้านปอนด์ / ปี

อดีตมิดฟิลด์ร้อยแรงม้าชาวอิตาเลียน เริ่มต้นสร้างชื่อในระดับยุโรปหลังจากที่หวนกลับมายังถิ่นเก่าในฐานะผู้จัดการทีม และช่วยพา เบียงโคเนรี่ คว้าแชมป์ เซเรีย อา 3 ปีซ้อนก่อนจะขยับขึ้นไปรับงานคุมทัพอัซซูรี่ จนกระทั่งมีโอกาสได้เข้ามาเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นกุนซือชื่อดังของ ‘เสี่ยหมี’ โรมัน อบราโมวิช ด้วยสัญญา 3 ปีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยล่าสุด เดอะ บลูส์ รั้งอยู่ในตำแหน่งรองจ่าฝูงและมีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่เพียงคะแนนเดียว

เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) 7 ล้านปอนด์ / ปี

‘เดอะ นอร์มอล วัน’ ผู้เป็นขวัญใจของสาวก เดอะ ค็อป ในเวลานี้ ตกลงย้ายเข้ามาทำหน้าที่แทน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ถูกปลดกลางอากาศไปเมื่อช่วงตุลาคมปีที่แล้ว โดยสิ่งที่ทำให้แฟนๆรู้สึกปลาบปลื้มสุดๆในเวลานี้นอกจากแท็คติกเพรซซิ่งและเกมส์บุกอันแสนเร้าใจในสนาม ก็ยังมีเรื่องการจัดการค่าใช้จ่ายที่ช่วยทำให้งบดุลโดยรวมของทีมยังเป็นตัวเลขสีเขียว พร้อมกับการดึงศักยภาพนักเตะภายในทีมให้เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน

หลุยส์ เอ็นริเก้ (บาร์เซโลน่า) 7.2 ล้านปอนด์ / ปี

อดีตนักเตะดาวดังของสโมสร ก้าวเข้ามาคุมทีมท่ามกลางแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาในช่วงแรก ก่อนที่เขาจะโชว์ฝีมือด้วยการพา เจ้าบุญทุ่ม ก้าวขึ้นไปคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่ฤดูกาลแรก และยังเป็นผู้ให้กำเนิดยอดหัวหอกสามประสาน MSN อันเกรียงไกรแห่งยุคที่ประกอบไปด้วย ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ ที่ไม่ว่ากองหลังทีมคู่แข่งใดๆในโลกก็ต้องขวัญผวา เรียกว่าค่าแรงต่อปีของ กุนซือวัย 46 ปี เป็นอะไรที่คุ้มค่าสำหรับบอร์ดบริหารเป็นอย่างยิ่ง

ซีเนดีน ซีดาน (รีล มาดริด) 8 ล้านปอนด์ / ปี

ดาวเตะผู้เป็นตำนานของทีมตราไก่ ก้าวขึ้นมากุมบังเหียน ราชันชุดขาว ได้อย่างสง่างามแทนที่ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ถูกปลดออกไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับสร้างผลงานพาทีมครองบัลลังก์จ้าวยุโรปได้สำเร็จและพยายามนำลูกทีมต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งแชมป์ในประเทศกับ บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาลได้จนถึงโค้งสุดท้าย นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของบรรดาผู้บริหารของทีมที่เลือกให้โอกาส สตาร์เฟร้นช์แมน ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์การคุมทีมในระดับเยาวชนกับสโมสรมาก่อนให้มีโอกาสขยับขึ้นมาแสดงฝีมืออย่างเต็มตัว

อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซนอล) 8.3 ล้านปอนด์

กุนซือผู้มากประสบการณ์ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ครองตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับสโมสรหนึ่งๆในระดับ พรีเมียร์ลีก ที่ยาวนานที่สุดในปัจจุบัน รวมเวลาทั้งหมดแล้วก็ร่วม 20 ปีที่ ผู้จัดการทีมวัย 67 ปี อยู่ก่อร่างสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ เดอะ กันเนอร์ส และช่วยพาทีมรักษาระดับบินสูงรวมถึงดูแลเรื่องงบดุลค่าใช้จ่ายได้ดีตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้จะเริ่มมีการพูดถึงเรื่องราวการวางมือของเขาบ่อยครั้งขึ้นมาในระยะหลังๆก็ตาม

คาร์โล อันเชล็อตติ (บาเยิร์น มิวนิค) 9 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งกุนซือยอดฝีมือ ที่รับประกันความสำเร็จเอาไว้มากมายจากผลงานที่ผ่านมา ในการกวาดแชมป์ภายในประเทศจากลีกใหญ่ของยุโรป 3 ประเทศ และการได้ชูถ้วยถ้วย บิ๊กเอียร์ มาแล้วอีก 2 ครั้งกับ 2 สโมสร จึงน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ทีมเสือใต้ ตัดสินใจดึงตัว เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนวัย 57 ปี เข้ามาด้วยสัญญา 3 ปีเพื่อสานงานต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่จากทีมไปค้นหาความท้าทายใหม่ๆใน พรีเมียร์ลีก

โชเซ่ มูรินโญ่ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 13.8 ล้านปอนด์ / ปี

หลังจากฤดูกาลอันแห้งเหี่ยวของ ปีศาจแดง ที่ผ่านพ้นไปในปีที่ผ่านมา ซึ่งถึงแม้จะมีรางวัลปลอบใจจาก ถ้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับสโมสรที่มีเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ จึงทำให้พวกเขาพยายามดิ้นรนที่จะทวงคืนความสำเร็จด้วยการเลือกจะฝากฝังอนาคตของทีมไว้กับ ‘เดอะ สเปเชี่ยล วัน’ ถึงแม้ว่าฟอร์มของ ยูไนเต็ด อาจจะยังดูลุ่มๆดอนๆในเวลานี้ แต่หลายๆฝ่ายก็ยังคงคาดหวังที่จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์จาก ยอดกุนซือฝีปากกล้าชาวโปรตุเกส

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯ ซิตี้) 15 ล้านปอนด์ / ปี

ในที่สุด ทีมมหาเศรษฐีแห่งเกาะอังกฤษ ก็ได้ผู้จัดการทีมที่คู่ควรกับพวกเขา กับบุรุษผู้มีนามอุโฆษที่เคยฝากผลงานไว้เป็นที่รู้จักกันทั่วทุกหย่อมหญ้าในวงการลูกหนังมาแล้ว นอกจากเกียรติยศจากถ้วยรางวัลที่ ยอดกุนซือชาวสเปน เคยสั่งสมมาแล้ว เขายังขึ้นชื่อในเรื่องการดึงศักยภาพออกมาจากตัวนักเตะ รวมถึงแท็คติกในการเล่นที่บรรดาทีมคู่แข่งยากที่จะต่อกรด้วย นอกจากนี้ด้วยชื่อเสียงที่มีในตัวเขายังเป็นเรื่องง่ายสำหรับการชักจูงแข้งระดับซูเปอร์สตาร์ที่จะเดินเข้ามาร่วมทีม

ดาวยิงอาร์เจนไตน์ที่ประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก

            นับตั้งแต่ศึกพรีเมียร์ลีก เริ่มต้นขึ้นมา ทีมงานSBOBET  ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะมีแข้งจาก อเมริกาใต้ ที่เดินทางมาประสบความสำเร็จบนพื้นที่แห่งนี้ แต่ล่าสุดเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้เอง เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร่ ดาวยิงมหาประลัย จากสโมสร “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นเพิ่งจะซัดประตูให้กับทีมในเกมลีก เกิน 100 ประตูไปแล้ว

            แม้ว่าก่อนหน้านี้แข้ง อาร์เจนไตน์ ที่มาเล่นที่นี่หลายต่อหลายรายจะต้องสอบตก รวมไปถึงหนึ่งในสุดยอดแข้งในอดีตอย่าง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ที่ช่วงเวลานั้นเป็นเพลย์เมคเกอร์ ระดับโลก ในสโมสร ลาซิโอ ในศึกกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี  ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” ด้วยค่าตัวติดท็อปไฟว์โลกในเวลานั้นถึง 28.1 ล้านปอนด์ นั้นจะฟอร์มตกสุดขีด ก่อนจะย้ายไปเชลซี ซึ่งก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด เป็นตัวอย่าง

            แต่วันนี้ ทีมงานSBOBET  จะขอรวบรวม แข้งชาวอาร์เจนไตน์ ที่เดินทางมาค้าแข้งที่นี่ และซัดประตูในลีกอังกฤษ ได้มากที่สุดในว่ามีใครกันบ้าง

.

ฟรังโก ดิ ซานโต – 14 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2008 – 2013

สโมสร : เชลซี, แบล็คเบิร์น, วีแกน

            ดิ ซานโต ถือว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่คาดว่าจะขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้ในเวลานั้น แต่ปรากฏว่าเขาสามารถยิงไปได้เพียง 2 ประตู ในการลงสนามให้ เชลซี ,แบล็คเบิร์น, และ วีแกน ใน 55 เกมแรก ซึ่งน่าผิดหวังอย่างมาก แต่จากนั้นทีมงานSBOBET   ได้ติดตามฟอร์มก็พบว่าในช่วงที่อยู่กับ วีแกน ในฤดูกาลที่ 2 เขาก็กลับมาท็อปฟอร์มได้อีกครั้งก่อนจะ ตะบันไปถึง 12 ลูกใน 2 ปี จนถูกเรียกติดทีมชาติอาร์เจนตินา ในที่สุด

มักซี โรดริเกวซ – 15 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2010 – 2012

สโมสร : ลิเวอร์พูล

“หงส์แดง”  ซื้อแข้งทีมชาติ อาร์เจนไตน์ รายนี้มาจาก แอตเลติโก มาดริด ไม่กี่เดือนหลังจากเขาพาทัพ “ฟ้าขาว”ได้รองแชมป์โลก ซึ่งเรียกว่าฟอร์มของ มักซี่ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยการมาเป็นนักเตะในถิ่น แอนฟิลด์นั้น มักซี ก็ยิงไปได้ 15 ประตู ใน 56 เกมลีก เรียกว่าเยอะพอตัวเลยสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง

เลโอนาร์โด อูลยัว – 17 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2014 – ปัจจุบัน

สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้

            อูลยัว ได้ถูก เลสเตอร์ เสริมเข้าทีมหลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 2014 ซึ่งเวลานั้นเขามีค่าตัวแพงที่สุดเป็นสถิติสโมสร  ซึ่งเขาก็มีส่วนสำคัญในการยิงช่วยทีมจนรอดตกชั้นในปีแรก  และในฤดูกาลที่แล้ว  อูลยัว ก็ถือว่าเป็นโจ๊กเกอร์ประจำทีมเมื่อสามารถลงมาซัดประตูได้อยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะพาทีม จิ้งจอกสีน้ำเงิน สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยแรกได้สำเร็จ

เฮอร์นัน เครสโป – 20 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2003 – 2004, 2005 – 2006

สโมสร : เชลซี

            เครสโป คือศูนย์หน้าที่ประสบความสำเร็จสุดๆ สมัยที่ค้าแข้งในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่เล่นให้กับ ปาร์ม่า และ ลาซิโอ  ก่อนที่เขาจะย้ายมาเล่นให้กับ เชลซี ด้วยความหวังการทำประตูให้ได้มากที่สุด ซึ่งแม้สถิติของเขาจะอยู่ในอันดับที่ 3 แต่เมื่อดูจำนวนประตูแล้วก็ถือว่าน่าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดสำหรับหัวหอกชื่อก้องโลกในเวลานั้น สุดท้ายแล้วเขาจึงได้ถูกปล่อยกลับ อิตาลี ไปแบบเจ็บปวดใจสุดๆ

คาร์ลอส เตเบซ- 84 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2006 – 2013

สโมสร : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้

            การตัดสินใจมาร่วมทีม เวสต์แฮม ณ เวลานั้นได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่ววงการลูกหนังโลก และก็ถือว่าไม่ธรรมดาเมื่อ เตเบซ เป็นผู้ยิงประตูชัยให้กับทีมในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บุกไปเอาชนะ แชมป์ปีนั้นอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปร่วมทัพ “ปีศาจแดง” ก่อนที่จะทำช็อคโลกด้วยการย้ายไปร่วมทีมคู่อริอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้  อย่างไรก็ตามตลอด 7 ฤดูกาล ที่ อาปาเช่ ค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก เขาโชว์ฟอร์มสุดยอดได้ตลอดเวลา และทีมงานSBOBET  ถือว่าเป็น 1 ในนักเตะอาร์เจนไตน์ ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง 

เซร์คิโอ อเกวโร – 107 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง: 2011 – ปัจจุบัน

สโมสร: แมนเชสเตอร์ ซิตี้

            หากนับจำนวนนัดที่ “เอลกุน” ลงสนาม ก็คงมีแค่ อลัน เชียร์เรอร์ ตำนานทีมชาติะอังกฤษ ที่ยิงทะลุ 100 ประตูด้วยจำนวนเกมที่น้อยกว่าเขาในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทีมงานSBOBET   เชื่อว่าแข้ง อาร์เจนไตน์ รายนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอลแดนผู้ดีได้เป็นอย่างดี ด้วยความไว และความคม ที่จะมีแข้งรายใดหาตัวจับได้ ซึ่ง อเกวโร่ ถือว่าเป็นสไตร์เกอร์ เบอร์ต้นๆของพรีเมียร์ลีกได้อย่างเหนียวแน่นจวบจนในปัจจุบันนี้

บทเรียนที่ทีมชาติไทยต้องจดจำ

             เส้นทางแห่งความฝันที่จะคว้าตั๋วของไปเตะ ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ของขุนพลแข้งทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เริ่มดูเลือนลางขึ้นมาเรื่อยๆ หลังถึงเวลานี้ก็ผ่านมาแล้ว  3 เกม ทัพ “ช้างศึก” ยังไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว หลังเกมล่าสุดบุกไปพ่าย ทีมชาติ สหรัฐอาหรับเอมิเรตท์ ด้วยสกอร์ 1-3  ในเกมรอบคัดเลือก โซนเอเชีย

             ซึ่งเกมนี้ ทีมงานSBOBET  มองว่าแข้ง”ช้างศึก” สู้กับคู่แข่งจากตะวันออกกลางได้ดี (อย่างน้อยก็ดีกว่าเกมที่พบ ญี่ปุ่น) และสามารถทำประตูแรกในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย ได้แล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอให้เราที่จะคว้าแต้มอันล้ำค่ามาครองได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะขยับโปรแกรม ไทยลีก ในวันที่ 28 กันยายน ออกไปเพื่อให้ทีมชาติไทย สามารถมีเวลาในการเก็บตัวเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่า การทำการบ้านเตรียมตัวจะยังไม่พออยู่ดีในเกมนี้ เมื่อแนวรับของไทยยังผิดพลาดให้เห็นในเกมนี้ โดยเฉพาะการโดนแข้งอย่าง โอมาร์  อับดุลราห์มาน  จอมทัพเบอร์ 10 ที่จ่ายบอลทะลุที่ว่างในแนวรับของไทยพูดง่ายๆว่าไม่สามารถรับมือได้เลย 

             ทีมงานSBOBET จำได้ว่าสื่อทั้งจากสำนักต่างประเทศ และในไทย ต่างประโคมข่าวฟอร์มการเล่นของ ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้  แต่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ก็ยืนยันว่าจะไม่ประกบติดตลอดทั้งเกม ซึ่งเมื่อไร้ซึ่งคนประกบ ยอดแข้งระดับท็อปของเอเชียก็ปล่อยของแบบเต็มๆให้ไทยได้เห็น และทุกประตูที่ไทยเสียไป ล้วนมาจากจุดเริ่มต้นของเขาทั้งหมด นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เขามีความสำคัญกับเกมรุกของ ยูเออี มากขนาดไหน

             นอกจากนี้อีกสิ่งที่น่าสนใจคือไทยได้โอกาสจากลูกเตะมุมมากถึง 10 ครั้งแต่กลับไม่ได้ลุ้นใกล้เคียงเข้าไปทำประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว  สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดละออในเกม นอกจากนี้ 11 คนแรก มีนักเตะหลายคนที่ได้โอกาสก่อนหน้านี้ 2 เกมแต่ก็ยังเค้นฟอร์มไม่ได้ ยังคงได้ลงเป็นตัวจริงตามเดิม แสดงให้เห็นว่า ช้างศึกยัง ยังทำการบ้านเตรียมพร้อมในจุดนี้มายังไม่พอ

             ที่ผ่านมาสามเกม ทีมงานSBOBET  มองว่าเกมนี้ทีมชาติไทยสามารถต่อกรกับคู่แข่งในระดับเอเชียได้ดีที่สุด แม้จะไม่มีแต้มติดมือ เมื่อสามารถครองเกมบุกได้มากขึ้น แถมสถิติยังชี้ชัดว่าไทยครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านด้วยซ้ำ หากแต่จังหวะสกอร์ที่ยังมีน้อยกว่าและยังขาดความเด็ดขาด จนทำให้แพ้ไป  แม้ว่า ธนา ชะนะบุตร จะเบิกสกอร์แรกให้ทีมไทยในรอบนี้ได้สำเร็จ ซึ่งเกมในระดับทวีปอย่างนี้โอกาสจะมีไม่บ่อยเหมือนอย่างในระดับอาเซียน เพราฉะนั้นเมื่อได้รับโอกาสจะต้องแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูให้ได้ เหมือนอย่างที่ ยูเออี ได้แสดงให้เราเห็นในช่วงท้ายเกม ที่ไทยเกือบจะได้ประตูตีเสมอ และเมื่อทำไม่ได้ก็ถูก อาเหม็ด คาลีล ลงโทษทันที

             สองเกมแรกทีมชาติไทย ใช้โควตาตัวสำรองไป อย่างไม่เกิดประโยชน์ แต่ในเกมนี้ ทีมงานSBOBET ขอชื่นชมการการส่งตัวสำรองลงสนาม เพราะผู้เล่นอย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง และ ธนา ชะนะบุตร สามารถลงมาเปลี่ยนแปลงเกมได้รวมไปถึง ประทุม ชูทอง ที่ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรให้เห็น ทำให้เกมนัดต่อไป อย่างน้อยทีมงานสต๊าฟโค้ชของไทยจะได้เห็นว่ามีนักเตะที่ให้เลือกใช้งานเพิ่มเติมมากขึ้น และไม่แน่ว่าโฉมหน้า 11 ตัวจริงในเกมหนีบ๊วยกับอิรักอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ได้ หากยึดจากฟอร์มล่าสุด

             ผ่านสามนัดทีมชาติไทยกอดคอกับอิรักอยู่ในตำแหน่งบ๊วยของตาราง และถูกทีมอื่นๆทิ้งห่างไปเรื่อยๆ โดยจ่าฝูงอย่างออสเตรเลียมี 7 คะแนนเท่ากับ ซาอุดิอาระเบีย และ ญี่ปุ่น กับ ยูเออีมี 6 แต้มเท่ากัน การพ่ายแพ้นัดนี้ยังไม่ใช่การปิดประตูไปฟุตบอลโลกในหนนี้ของทีมชาติไทย เพราะยังเหลืออีก 7 เกมให้ต่อสู้กันไป

             ถึงเวลานี้แม้ว่าโอกาสที่เราจะได้ลุ้นไปเตะ ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย จะดูริบหรี่ลงเต็มที แต่ทีมงานSBOBET อยากให้นักเตะทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ มาถึงรอบนี้เชื่อว่าแฟนบอลไทยคอยให้กำลังใจอยู่แล้ว ถึงแม้จะแพ้กลับมาก็ตาม ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องดีหากเราลืมเรื่องการสร้างประวัติศาสตร์ไปลุยฟุตบอลโลกไว้ก่อน แล้วหันมาโฟกัสกับความเป็นจริงที่อยู่ข้างหน้า เริ่มจากมองเป้าหมายต่อไป ในเกมที่จะพบกับ อิรัก ในวันที่ 11 ตุลาคม เป็นอย่างแรก  หลังจากที่ ทีมชาติไทยเคยผ่านเข้ารอบนี้มาเมื่อ 16 ปีที่แล้วและนับถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เคยชนะใคร เชื่อว่าทุกสิ่งหลังจากนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ มันจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดให้ทีมชาติไทยแน่นอนครับ

แข้งไทยไร้วินัยใครรับผิดชอบ?

              ในช่วงที่ฟุตบอลทีมชาติไทย แทบทุกชุดกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรืองสุดขีด ทุกชุดทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสอ ทีมชาติไทยชุดใหญ่กำลังทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมสุดท้าย ส่วนทีม 19 ปีก็ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์อาเซียน ขณะที่ทีม 23 ปี ก็กลับมาเป็นเจ้าอาเซียน เป็นแชมป์ซีเกมส์ 2 สมัยติด ฟุตบอลหญิงก็ได้ไปเล่นบอลโลกที่แคนาดามาแล้ว ยังไม่รวมถึงทีมโต๊ะเล็กไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตซอลโลกเป็นครั้งที่ 2 ดูแล้วชั่วโมงนี้วงการฟุตบอลบ้านเราถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในย่านอาเซียน ก็ว่าได้

              แต่วันนี้ ทีมงานSBOBET ได้เห็นข่าวของทีมชุดอายุไม่เกิน 16 ปีแล้วก็น่าใจหาย ไม่ใช่เพราะผลงานที่แพ้ 2 นัดรวดทั้งแพ้ อุซเบกิสถาน 3-5 และแพ้ เกาหลีเหนือ 1-4  จนทำให้กระเด็นตกรอบฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งยังเหลือโปรแกรมนัดสุดท้ายในวันที่ 23 ก.ย. พบกับ เยเมน

14515

              แต่ตกใจกับข่าวที่ว่าเด็กชุดนี้ไร้ระเบียบวินัย บางคนสูบบุหรี่ หนักสุดเสพกัญชา ซึ่งข่าวนี้หลุดมาจากปากของ “บิ๊กเจี๊ยบ” พิสัณห์ จุลดิลก พ่อบ้านของสมาคมฯ ซึ่งระดับเลขาสมาคมฯ ออกมาพูดทำให้มีน้ำหนักมาก และคงไม่ใช่เรื่องที่กุให้มีแต่ควันขึ้นมาอย่างแน่นอน ซึ่ง”บิ๊กเจี๊ยบ” เล่าว่านักเตะชุดนี้ไร้ระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก ทั้งสูบบุหรี่ นอนดึก บางรายเสพกัญชา ซึ่งก่อนไปได้เรียกผู้ปกครองมาตักเตือนแล้ว แต่ก็ยังเกิดขึ้นอีก

aod

              ขณะที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. สมยศ พ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ออกมากล่าวทันทีว่าได้ทราบเรื่องนี้จาก “บิ๊กเจี๊ยบ” แล้ว ซึ่งตนก็พร้อมจะปลดโค้ชหรือนักเตะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงจะสังคายนาวิธีการเลือกหัวหน้าผู้ฝึกสอน และนักเตะทีมชาติใหม่

              “เรื่องนี้ผมเคยหารือคุณ วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายเทคนิค มาก่อนแล้วว่าถึงเวลาที่เราต้องสังคายนาวิธีการเลือกหัวหน้าผู้ฝึกสอน และนักเตะทีมชาติเสียใหม่ จากเดิมที่ทีมชาติต้องพึ่งพาโรงเรียน หรือสโมสรที่เป็นต้นสังกัดนักเตะ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงทำให้นักเตะทีมชาติไม่ใช่นักเตะที่มีความสามารถดีที่สุดหรือเก่งที่สุด สมาคมต้องพึ่งพาตนเองให้มากกว่านี้”

              “ผมเสนอแนะว่าถึงเวลาแล้วที่สมาคมฯ ต้องสร้างนักเตะเยาวชนของตนเอง โดยต้องเริ่มตั้งแต่ U-16 U-14 และ U-12 ทำการคัดเลือกนักเตะเข้ามาฝึกหัดในอะคาเดมีของสมาคมฯ ด้วยความสมัครใจ นั่นก็คืออนาคตทีมชาติ และสมาคมฯ จะเข้าไปดูแลรับผิดชอบทุกเรื่องของนักเตะ นักเตะจะต้องกินอยู่หลับนอนและฝึกซ้อมอยู่ด้วยกัน เราจะรับผิดชอบเรื่องการศึกษาและค่าตอบแทน”

              “นักเตะคนไหนไม่พัฒนาหรือขาดระเบียบวินัยก็ตัดออกไปและคัดนักเตะที่ดีมีคุณภาพมาเสริมแทนจะทำให้เกิดการแข่งขันและทำให้นักเตะมีความมั่นใจในอนาคต สมาคมฯ จะสามารถควบคุมพัฒนานักเตะได้อย่างเต็มที่ทั้งด้านการฝึกซ้อม โภชนาการ วิทยาศาสตร์การกีฬา และอื่นๆ อย่างแท้จริง คือต้องมีอะคาเดมีของสมาคมให้ได้ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ก็เช่นกันถ้าโค้ชไทยไม่มีคุณภาพไม่มีความสามารถ เราก็ต้องเอาโค้ชต่างชาติ เข้ามาเสริมและโค้ชทุกคนก็ต้องมีแนวทางการฝึกสอนไปในทิศทางเดียวกันภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายเทคนิคอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รูปแบบและสไตล์การเล่นเหมือนกัน การรับช่วงของแต่ละทีมมีความต่อเนื่องและเป็นระบบ”

              “ผมยอมรับว่าผมใหม่ต่อวงการฟุตบอล และมีความรู้เรื่องฟุตบอลและรู้จักคนในวงการฟุตบอลไม่มาก แต่เวลาผ่านไป 6 เดือน ผมได้พยามศึกษาและเรียนรู้ฟังคำแนะนำจากคนที่รู้ทุกเรื่องอย่างเต็มที่ และถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องคิดจะต้องตัดสินใจจะต้องทำและรับผิดชอบ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นผมจึงต้องการคนที่มีแนวคิดและพร้อมที่จะร่วมงานและพร้อมที่จะรับผิดชอบร่วมกับผมเท่านั้น สำหรับเรื่องที่เป็นข่าวเกิดขึ้นจะต้องเป็นความรับผิดชอบของโค้ชและทีมงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”  นายกสมาคมฯกล่าว

              ซึ่งหลังจากที่ ทีมงานSBOBET  ได้ฟังบุคคลระดับบิ๊กของวงการลูกหนังไทยแล้ว คำถามที่คาใจคือ ในเมื่อเด็กชุดนี้ไร้ระเบียบวินัยมาก ทั้งที่รู้ก่อนจะเดินทางไปแข่งขัน แล้วทำไมถึงยังเรียกเด็กชุดนี้ไปอีก ประเทศไทยไม่มีนักเตะในรุ่นนี้อีกแล้วหรือ อะคาเดมี่ต่างๆของสโมสรมีนักเตะให้เลือกสรรมากมาย แต่ทำไมถึงยังดึงดันนำเด็กเหล่านี้ไป ประเด็นนี้น่าสนใจ

              อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการทำงานของสมาคมฯ เข้าใจว่าท่านต้องการทำงานให้สมกับคำว่า แฟร์ ที่หาเสียงมา แต่จำเป็นมากขนาดนั้นเลยหรือที่ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเด็กชุดนี้เป็นอย่างไร เรื่องบางเรื่องควรจะแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น เพราะทราบอยู่แล้วว่าปัญหาก่อนไปแข่งขันคืออะไร

              นักเตะผิดจริง แต่ไม่ทั้งหมด การมาให้ข่าวทำนองนี้อาจทำให้คนส่วนใหญ่ตีความว่าเด็กชุดนี้เป็นเด็กไร้ระเบียบวินัยทั้งทีม ซึ่งทำให้เด็กเสียกำลังใจ อีกอย่างการให้ข่าวแบบนี้เป็นการสะท้อนถึงการทำงานของสมาคมฯ ว่ามีการบริหารจัดการอย่างไร เพราะในเมื่อทราบเรื่องก่อนไปแล้วยังไม่หานักเตะคนอื่นมาแทนถือว่าบริหารงานได้ล้มเหลว เอาจริงๆ เด็กผิดก็ส่วนหนึ่ง แต่คนบริหารงานรวมถึงตัวโค้ชต้องออกมารับผิดด้วย เพราะเหมือนว่าเห็นปัญหาแต่ยังดื้อที่จะนำไป สุดท้ายพอผลงานแย่ก็ปัดความรับผิดชอบโยนบาปให้เด็ก

              จริงๆแล้วจะใช้วิธีไหนในการเลือกหัวหน้าผู้ฝึกสอน รวมถึงนักเตะก็ตาม เมื่อเห็นปัญหาก่อนไปควรจะรีบแก้ ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การปลดโค้ชมันอาจเป็นการแสดงความรับผิดชอบอีกทางหนึ่ง แต่มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเสมอไป

              อีกอย่างนักเตะชุดนี้ไม่ใช่จะแย่ทั้งหมด ที่ดีๆก็มี เมื่อคนไหนไร้ระเบียบก็ต้องตัดเนื้อร้ายทิ้งไป ส่วนที่ดีๆก็เก็บไว้ สุดท้ายการมีข่าวออกมาแบบนี้นักเตะที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะเสียกำลังใจ ซึ่ง ทีมงานSBOBET ว่าสมาคมฯควรจะให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เป็นหลักมากกว่าจะมาโทษว่าใครผิดใครถูกครับ

  

เหล่าแข้ง(เคย)ดังที่ยังไร้สังกัด

              ถึงเวลานี้ ฟุตบอลลีกต่างๆจะเริ่มต้นฟาดแข้งกันไปแล้ว รวมไปถึงตลาดซื้อขายผู้เล่นก็ปิดตัวลงไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ก็ยังมีผู้เล่นบางราย ที่ยังคงระหกระเหิน ไร้สังกัดลงค้าแข้งอยู่ วันนี้ ทีมงานSBOBET จะมารวบรวมเหล่าบรรดาแข้งดังที่พูดชื่อขึ้นมาแล้วต้องร้องอ๋อ ว่าใครกันที่ยังเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์อยู่ในเวลานี้บ้าง

miroslav-klose-und-lazio-rom-treffen-in-den-playoffs-der-champions-league-auf-bayer-leverkusen

มิโรสลาฟ โคลเซ่

              หลังจากจากที่ โคลเซ่ แยกทางกับ ลาซิโอ ในกัลโชเซเรียอา อิตาลี เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะได้ทีมใหม่แม้ว่าจะมีข่าวลือยิบย่อยว่าทีมจาก เมเจอร์ลีก อเมริกา ให้ความสนใจในตัวเขานอกจากนี้ทีมจาก เอ ลีก ออสเตรเลีย ที่ให้ความสนใจในตัวดาวยิงที่อายุเพิ่งเข้าสู่วัย 38 ปีในเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ยังมีคำยืนยันอย่างชัดเจนใดๆทั้งสิ้นสำหรับอนาคตของดาวซัลโซตลอดกาลของทีมชาติเยอรมนี รายนี้ ล่าสุด ไกเซอร์สเลาเทิร์น ทีมเก่าที่เคยปลุกปั้นเขามาสนใจจะดึงตัว โคลเซ่ กลับมาระเบิดตาข่ายในลีกา 2 อีกซักครั้ง

gettyimages-498633298

มาติเยอ ฟลามินี

              ฟลามินี กลับมาค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล คำรบ 2 และใช้เวลา 3 ฤดูกาลค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตท์ แต่จากผลงานการเล่นที่ไม่เหมือนเดิม รวมไปถึงการเจออาการบาดเจ็บรบกวน  ทำให้เขาได้ลงสนามเพียง 16 เกมในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา  ก่อนจะโดน “ไอ้ปืนใหญ่”ปล่อยตัวเขาออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ แต่ด้วยวัย 32 ปี ทำให้เขายังคงพอมีเวลาที่จะแสดงฝีเท้าและประสบการณ์ในตำแหน่งกองกลางและยังสามารถถอยไปเล่นฟูลแบ็คได้ในยามจำเป็น ซึ่งถึงเวลานี้มี คริสตัล พาเลซ ที่สนใจในการเซ็นสัญญากับเขา แต่ทีมงานSBOBET เชื่อว่าพวกเขายังต้องคำนึงถึงดีกรีของอดีตนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสรวมถึงค่าเหนื่อยของเขาด้วย

screen-shot-2016-02-18-at-15-33-48

เอ็มมานูเอล อเดบายอร์

              ยังคงต้องระเห็จระเหินย้ายทีมอีกครั้งหลังจากที่โชว์ผลงานได้อย่างย่ำแย่กับสัญญาสั้นๆที่ คริสตัล พาเลซ มอบให้ในฤดูกาลที่แล้ว โดยดาวยิงชาวโตโกต้องพบกับวิกฤติการเงินอีกครั้งหลังจากที่ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ สเปอร์ส หยุดจ่ายเงินให้กับเขา วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายมีรายงานเผยว่าเขาได้พูดคุยกับทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อย่าง ฟูแล่ม แต่ท้ายที่สุดเเล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมี กายเคอร์ ไรเซสสปอร์ ทีมจากตุรกีที่กุนซือของพวกเขาเคยอ้างว่า “ได้เซ็นสัญญากับทั้ง อเดบายอร์ แล้ว” แต่สุดท้ายจนถึงป่านนี้ ทีมงานSBOBET ก็ยังไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า

usa-today-7961218-0-1

ซัลลี่ย์ มุนตารี่

              อดีตกองกลางห้องเครื่องทีมชาติ กาน่า ของ ปอร์ตสมัธ , อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน เพิ่งยุติสัญญากับ อัลอิตติฮัด ทีมจากลีก ซาอุดีอาราเบีย ในซัมเมอร์นี้ และเขายังหวังอย่างยิ่งว่าจะย้ายทีมใหม่ก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง ทว่าไม่มีข้อเสนอไหนเข้ามาหาเขา แม้จะมีข่าวลือเล็กๆน้อยๆว่า เอฟเวอร์ตัน แอบสนใจเขาอยู่บ้าง

download

สเตฟาน เซสเซยง

              เซสเซยง วัย 32 ปี คือยอดแข้งสมัยที่ค้าแข้งกับ ซันเดอร์แลนด์ แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วการที่เขาต้องย้ายไป “เดอะ แบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เขาพบว่าตัวเองเป็นเหยื่อของสไตล์การทำทีมของ โทนี่ พูลิส และตอนนี้เขายังคงหาสโมสรใหม่สำหรับฤดูกาล 2016/17 นี้ไม่ได้ เขาสามารถเล่นมิดฟิลด์ได้ดีเหมือนที่เขาเคยทำมาตลอดเวลา 5 ปีในแผ่นดินอังกฤษ และอดีตดาวเตะของ เปแอสเช รายนี้ก็เหมาะสำหรับทีมที่ต้องการนักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการเข้าทำ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีสโมสรใหม่อยู่อย่างแน่นอน

282016-d922c

มารูยาน ชามัคห์

              อดีตกองหน้าของ อาร์เซน่อล และ บอร์กโดซ์ เพิ่งยุติขวบปีที่โหดร้ายกับ คริสตัล พาเลซ ด้วยการยกเลิกสัญญาเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตอนนี้เขายังลงซ้อมกับ พาเลซ อยู่เพื่อรักษาความฟิตสำหรับการย้ายทีมครั้งต่อไป นอริช คือทีมล่าสุดที่พร้อมจะฉุดเขาออกจากฝันร้าย แต่ทีมงานSBOBET คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับของเขาในตอนนี้คือการต้องกลับมาฟิตเต็มที่เหมือนเดิมให้ได้ก่อนเป็นอย่างแรก

raul_meireles_west_ham_chelsea_liverpool-385258

ราอูล เมยเรเลส

             เมยเรเลส ย้ายออกจาก เฟเนบาห์เช่ ในซัมเมอร์นี้หลังจากลงรับใช้ทีมดังจากเเดนไก่งวงเป็นเวลาถึง 4 ฤดูกาลเต็ม พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 1 สมัย ซึ่งอดีตกองกลาง เฟเนบาห์เช่ , เชลซี , ลิเวอร์พูล และ เอฟซี ปอร์โต้ นั้นทำผลงานได้ดีมาโดยตลอดและกลายเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรอยู่ในเวลานี้ แต่ทว่าสุดท้ายถึงเวลานี้เขาก็ยังไม่ได้ไปค้าแข้งกับทีมไหนเลย 

หลังเกมพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ ตอน 2

               เมื่อตอนแรก ทีมงานSBOBET ว่ากันไปแล้วกับสามทีมที่เก็บชัยชนะได้รวดทั้ง 3 นัดอย่าง แมนฯซิตี้, เชลซี และ แมนฯยู ตอนนี้เรามาว่ากันต่อกับเกมที่เหลือกันดีกว่า ว่าแต่ละทีมเป็นอย่างไรกันบ้าง

               มาเริ่มกันที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เกมล่าสุดบุกไปเสมอ สเปอร์ส 1-1 เชื่อเลยว่าร้อยทั้งร้อย เวลานี้ การทำประตูนำคู่แข่งลูกเดียวของ “หงส์แดง” มันไม่เคยพอ อย่าว่าแต่ลูกเดียว นำ 3 ลูกยังเกือบไม่พอ เพราะยุคนี้คำว่าคลีนชีต “เดอะค็อป” แทบไม่รู้จัก พร้อมเสียทุกเกม

139670-20160827190811656152

               หากถามว่าเกมเสมอ สเปอร์ส นั้นน่าพอใจไหม ถ้ามองรูปเกมและโอกาสที่จะบวกเม็ด 2 แล้วบอกเลยว่าโคตรเสียดาย ให้ความรู้สึกเสมอเหมือนแพ้ แต่ถ้ามาถามก่อนเปิดฤดูกาลว่าต้องออกมาเยือนอาร์เซนอลแล้วก็สเปอร์สใน 3 นัดแรกของซีซั่นแล้วได้ 4 แต้มนี่จะเอาไหม ทีมงานSBOBETก็ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมแล้วครับ

               ปัญหาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ แก้ไม่ได้และคิดว่าไม่น่าจะแก้ได้อย่างถาวรในเร็ววันนี้ คือเรื่องของการเสียประตูก็จงแก้ทางอ้อมด้วยการยิงให้ชัวร์ๆ ยิงช่วยกองหลัง ยิงเผื่อขาด คงน่าจะเป็นทางเดียวที่ช่วยได้แบบทันท่วงที แต่ด้วยความไม่แน่นอนว่าเกมไหนจะมีฮีโร่มายิงเบิกร่องให้ทีมขึ้นนำนี่แหละครับ การรอตัวเดิมๆหรือรอความมหัศจรรย์อย่าง คูตินโญ่ อย่างเดียว ผมมองว่าอันตราย เพราะคูตี้ผมว่าออกแนวดื้อ ยิง 10 เข้า 1 ยังไม่สามารถแบกภาระตรงนี้ได้

               ส่วนแดนกลาง เฮนเดอร์สัน กับ ไวนัลดุม ยังทำอะไรที่สร้างสรรค์เกมไม่ได้เลย โดยเฉพาะแข้งใหม่ชาวดัตช์ ที่เล่นเหมือนเซฟตัวเอง จะบอกว่าผิดตำแหน่งเพราะแกถนัดรุกอันนี้เข้าใจแต่หลายๆครั้งเกมตื่นลนลานไม่กล้าเอาบอลไว้ทำอะไรกับตัวเองในขณะที่กำลังจะบุก ที่ดีหน่อยคือลูกยิงจากแถวสองนอกกรอบยังพอได้ลุ้นบ้าง ส่วนเฮนโด้ เป็นนักเตะผึ้งงานเล่นบอลง่าย เพียงแต่ว่าเวลาทีมบุกไม่ขึ้นหรือต้องการที่พึ่ง เฮนโด้ มันทำไม่ได้ไง เฮนโด้ เป็นตัวที่ว่าถ้าทีมเล่นดีเพื่อนเล่นดีเค้าจะกล้าเล่นจะช่วยซัพพอร์ตจะดีตามไปด้วย ถ้ากากทั้งทีม เป๋ไปเป๋มาหรือต้องการให้มีฮีโร่มาช่วยพลิกเกมอย่างที่ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ทำไว้ เขาจะไม่ใช่คนๆนั้น

               ฤดูกาลแรก คล็อปป์ ไม่ได้ซื้อไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรเลยยังเข้าชิง 2 ถ้วย แล้วฤดูกาลนี้ คิดว่านี่คือทีมของ คล็อปป์ แบบเต็มตัว  ก็ต้องดูกันหละครับว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง

Football Soccer Britain - Watford v Arsenal - Premier League - Vicarage Road - 27/8/16 Watford's Odion Ighalo in action with Arsenal's Granit Xhaka Action Images via Reuters / Andrew Boyers Livepic EDITORIAL USE ONLY. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or "live" services. Online in-match use limited to 45 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications. Please contact your account representative for further details.

               ไปดูกันต่อที่  “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่ปลดล็อค กับ 3 แต้มแรกได้แล้ว หลังบุกไปเอาชนะ วัตฟอร์ด 3-1 ในเกมล่าสุด ซึ่งถือว่าลดความกดดันของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือของทีมไปได้ไม่น้อย  เรียกว่าเกมนี้ทีมเล่นได้ตามสไตล์ของตัวเอง พร้อมกับยังให้ อเล็กซิส ซานเชส ยืนเป็นตำแหน่งหน้าเป้าต่อไป  รวมไปถึง ทีมงานSBOBETได้เห็นทีเด็ดของ กรานิต ชาก้า ห้องเครื่องตัวใหม่ ที่วางบอลยาวได้แม่นยำทำให้ทีมมีมิติในการเล่นเพิ่มมากขี้นไปกว่าเดิม 

               ส่วนแนวรับเวลานี้ ร็อบ โฮลดิ้ง ปราการหลังดาวรุ่งที่เริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมี โลรองต์ กอสซิแอลนี่ พี่ใหญ่ในแนวรับคอยประคับประคองไปเรื่อยๆ เชื่อว่าอนาคตจะดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน  นอกจากนี้หาก “ไอ้ปืนใหญ่” ได้ 2 แข้งใหม่อย่าง สโครดาน มุสตาฟี่ ปราการหลังทีมชาติเยอรมนี และ ลูคัส เปเรซ ดาวยิงชาวสเปนเข้ามา ก็เชื่อว่าทีมอาจจะมีก็อกสุดท้ายกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้งในฤดูกาลนี้ตามที่ เวนเกอร์ เคยว่าไว้ก็เป็นได้   

Leicester-City-2-1-Swansea-City

               มาปิดท้ายกันที่ แชมป์เก่า “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ปลดล็อก 3 แต้มได้แล้วเช่นกัน และสิ่งที่แฟนๆอยากเห็นคือ เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่ง ประเดิมประตูแรกด้วยการยิงลูกเก่งกดเต็มเท้าได้ซักที เรียกว่าทั้งทีมและตัววาร์ดี้เอง คงรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก จากฟอร์มสุดกระท่อนกระแท่นมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น จนเหมือนจะหาฝั่งไม่เจอซักที  ก็เรียกว่าจากนี้ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” จะกลับมาสู่ฟอร์มเก่งยาวๆได้หรือไม่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ และลูกทีมคงจะต้องพิสูจน์ให้เห็นในฤดูกาลนี้นี่แหละ ถึงแม้มันจะยายกว่าฤดูกาลที่แล้วมากมายก็ตามที

               ก็ประมานนี้แล้วกันครับสำหรับ หลังเกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ดาห์ แล้วหลังจบช่วงฟุตบอลทีมชาติ แล้วกลับมาว่ากันใหม่นะครับส่วนวันนี้ ทีมงานSBOBET ขอตัวลาไปก่อน สวัสดี บ๊ายบาย