บทเรียนที่ทีมชาติไทยต้องจดจำ

             เส้นทางแห่งความฝันที่จะคว้าตั๋วของไปเตะ ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ของขุนพลแข้งทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เริ่มดูเลือนลางขึ้นมาเรื่อยๆ หลังถึงเวลานี้ก็ผ่านมาแล้ว  3 เกม ทัพ “ช้างศึก” ยังไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว หลังเกมล่าสุดบุกไปพ่าย ทีมชาติ สหรัฐอาหรับเอมิเรตท์ ด้วยสกอร์ 1-3  ในเกมรอบคัดเลือก โซนเอเชีย

             ซึ่งเกมนี้ ทีมงานSBOBET  มองว่าแข้ง”ช้างศึก” สู้กับคู่แข่งจากตะวันออกกลางได้ดี (อย่างน้อยก็ดีกว่าเกมที่พบ ญี่ปุ่น) และสามารถทำประตูแรกในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย ได้แล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอให้เราที่จะคว้าแต้มอันล้ำค่ามาครองได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะขยับโปรแกรม ไทยลีก ในวันที่ 28 กันยายน ออกไปเพื่อให้ทีมชาติไทย สามารถมีเวลาในการเก็บตัวเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่า การทำการบ้านเตรียมตัวจะยังไม่พออยู่ดีในเกมนี้ เมื่อแนวรับของไทยยังผิดพลาดให้เห็นในเกมนี้ โดยเฉพาะการโดนแข้งอย่าง โอมาร์  อับดุลราห์มาน  จอมทัพเบอร์ 10 ที่จ่ายบอลทะลุที่ว่างในแนวรับของไทยพูดง่ายๆว่าไม่สามารถรับมือได้เลย 

             ทีมงานSBOBET จำได้ว่าสื่อทั้งจากสำนักต่างประเทศ และในไทย ต่างประโคมข่าวฟอร์มการเล่นของ ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้  แต่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ก็ยืนยันว่าจะไม่ประกบติดตลอดทั้งเกม ซึ่งเมื่อไร้ซึ่งคนประกบ ยอดแข้งระดับท็อปของเอเชียก็ปล่อยของแบบเต็มๆให้ไทยได้เห็น และทุกประตูที่ไทยเสียไป ล้วนมาจากจุดเริ่มต้นของเขาทั้งหมด นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เขามีความสำคัญกับเกมรุกของ ยูเออี มากขนาดไหน

             นอกจากนี้อีกสิ่งที่น่าสนใจคือไทยได้โอกาสจากลูกเตะมุมมากถึง 10 ครั้งแต่กลับไม่ได้ลุ้นใกล้เคียงเข้าไปทำประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว  สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดละออในเกม นอกจากนี้ 11 คนแรก มีนักเตะหลายคนที่ได้โอกาสก่อนหน้านี้ 2 เกมแต่ก็ยังเค้นฟอร์มไม่ได้ ยังคงได้ลงเป็นตัวจริงตามเดิม แสดงให้เห็นว่า ช้างศึกยัง ยังทำการบ้านเตรียมพร้อมในจุดนี้มายังไม่พอ

             ที่ผ่านมาสามเกม ทีมงานSBOBET  มองว่าเกมนี้ทีมชาติไทยสามารถต่อกรกับคู่แข่งในระดับเอเชียได้ดีที่สุด แม้จะไม่มีแต้มติดมือ เมื่อสามารถครองเกมบุกได้มากขึ้น แถมสถิติยังชี้ชัดว่าไทยครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านด้วยซ้ำ หากแต่จังหวะสกอร์ที่ยังมีน้อยกว่าและยังขาดความเด็ดขาด จนทำให้แพ้ไป  แม้ว่า ธนา ชะนะบุตร จะเบิกสกอร์แรกให้ทีมไทยในรอบนี้ได้สำเร็จ ซึ่งเกมในระดับทวีปอย่างนี้โอกาสจะมีไม่บ่อยเหมือนอย่างในระดับอาเซียน เพราฉะนั้นเมื่อได้รับโอกาสจะต้องแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูให้ได้ เหมือนอย่างที่ ยูเออี ได้แสดงให้เราเห็นในช่วงท้ายเกม ที่ไทยเกือบจะได้ประตูตีเสมอ และเมื่อทำไม่ได้ก็ถูก อาเหม็ด คาลีล ลงโทษทันที

             สองเกมแรกทีมชาติไทย ใช้โควตาตัวสำรองไป อย่างไม่เกิดประโยชน์ แต่ในเกมนี้ ทีมงานSBOBET ขอชื่นชมการการส่งตัวสำรองลงสนาม เพราะผู้เล่นอย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง และ ธนา ชะนะบุตร สามารถลงมาเปลี่ยนแปลงเกมได้รวมไปถึง ประทุม ชูทอง ที่ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรให้เห็น ทำให้เกมนัดต่อไป อย่างน้อยทีมงานสต๊าฟโค้ชของไทยจะได้เห็นว่ามีนักเตะที่ให้เลือกใช้งานเพิ่มเติมมากขึ้น และไม่แน่ว่าโฉมหน้า 11 ตัวจริงในเกมหนีบ๊วยกับอิรักอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ได้ หากยึดจากฟอร์มล่าสุด

             ผ่านสามนัดทีมชาติไทยกอดคอกับอิรักอยู่ในตำแหน่งบ๊วยของตาราง และถูกทีมอื่นๆทิ้งห่างไปเรื่อยๆ โดยจ่าฝูงอย่างออสเตรเลียมี 7 คะแนนเท่ากับ ซาอุดิอาระเบีย และ ญี่ปุ่น กับ ยูเออีมี 6 แต้มเท่ากัน การพ่ายแพ้นัดนี้ยังไม่ใช่การปิดประตูไปฟุตบอลโลกในหนนี้ของทีมชาติไทย เพราะยังเหลืออีก 7 เกมให้ต่อสู้กันไป

             ถึงเวลานี้แม้ว่าโอกาสที่เราจะได้ลุ้นไปเตะ ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย จะดูริบหรี่ลงเต็มที แต่ทีมงานSBOBET อยากให้นักเตะทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ มาถึงรอบนี้เชื่อว่าแฟนบอลไทยคอยให้กำลังใจอยู่แล้ว ถึงแม้จะแพ้กลับมาก็ตาม ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องดีหากเราลืมเรื่องการสร้างประวัติศาสตร์ไปลุยฟุตบอลโลกไว้ก่อน แล้วหันมาโฟกัสกับความเป็นจริงที่อยู่ข้างหน้า เริ่มจากมองเป้าหมายต่อไป ในเกมที่จะพบกับ อิรัก ในวันที่ 11 ตุลาคม เป็นอย่างแรก  หลังจากที่ ทีมชาติไทยเคยผ่านเข้ารอบนี้มาเมื่อ 16 ปีที่แล้วและนับถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เคยชนะใคร เชื่อว่าทุกสิ่งหลังจากนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ มันจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดให้ทีมชาติไทยแน่นอนครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *