ดาวยิงอาร์เจนไตน์ที่ประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก

            นับตั้งแต่ศึกพรีเมียร์ลีก เริ่มต้นขึ้นมา ทีมงานSBOBET  ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะมีแข้งจาก อเมริกาใต้ ที่เดินทางมาประสบความสำเร็จบนพื้นที่แห่งนี้ แต่ล่าสุดเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้เอง เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร่ ดาวยิงมหาประลัย จากสโมสร “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นเพิ่งจะซัดประตูให้กับทีมในเกมลีก เกิน 100 ประตูไปแล้ว

            แม้ว่าก่อนหน้านี้แข้ง อาร์เจนไตน์ ที่มาเล่นที่นี่หลายต่อหลายรายจะต้องสอบตก รวมไปถึงหนึ่งในสุดยอดแข้งในอดีตอย่าง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ที่ช่วงเวลานั้นเป็นเพลย์เมคเกอร์ ระดับโลก ในสโมสร ลาซิโอ ในศึกกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี  ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” ด้วยค่าตัวติดท็อปไฟว์โลกในเวลานั้นถึง 28.1 ล้านปอนด์ นั้นจะฟอร์มตกสุดขีด ก่อนจะย้ายไปเชลซี ซึ่งก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด เป็นตัวอย่าง

            แต่วันนี้ ทีมงานSBOBET  จะขอรวบรวม แข้งชาวอาร์เจนไตน์ ที่เดินทางมาค้าแข้งที่นี่ และซัดประตูในลีกอังกฤษ ได้มากที่สุดในว่ามีใครกันบ้าง

.

ฟรังโก ดิ ซานโต – 14 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2008 – 2013

สโมสร : เชลซี, แบล็คเบิร์น, วีแกน

            ดิ ซานโต ถือว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่คาดว่าจะขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้ในเวลานั้น แต่ปรากฏว่าเขาสามารถยิงไปได้เพียง 2 ประตู ในการลงสนามให้ เชลซี ,แบล็คเบิร์น, และ วีแกน ใน 55 เกมแรก ซึ่งน่าผิดหวังอย่างมาก แต่จากนั้นทีมงานSBOBET   ได้ติดตามฟอร์มก็พบว่าในช่วงที่อยู่กับ วีแกน ในฤดูกาลที่ 2 เขาก็กลับมาท็อปฟอร์มได้อีกครั้งก่อนจะ ตะบันไปถึง 12 ลูกใน 2 ปี จนถูกเรียกติดทีมชาติอาร์เจนตินา ในที่สุด

มักซี โรดริเกวซ – 15 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2010 – 2012

สโมสร : ลิเวอร์พูล

“หงส์แดง”  ซื้อแข้งทีมชาติ อาร์เจนไตน์ รายนี้มาจาก แอตเลติโก มาดริด ไม่กี่เดือนหลังจากเขาพาทัพ “ฟ้าขาว”ได้รองแชมป์โลก ซึ่งเรียกว่าฟอร์มของ มักซี่ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยการมาเป็นนักเตะในถิ่น แอนฟิลด์นั้น มักซี ก็ยิงไปได้ 15 ประตู ใน 56 เกมลีก เรียกว่าเยอะพอตัวเลยสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง

เลโอนาร์โด อูลยัว – 17 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2014 – ปัจจุบัน

สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้

            อูลยัว ได้ถูก เลสเตอร์ เสริมเข้าทีมหลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 2014 ซึ่งเวลานั้นเขามีค่าตัวแพงที่สุดเป็นสถิติสโมสร  ซึ่งเขาก็มีส่วนสำคัญในการยิงช่วยทีมจนรอดตกชั้นในปีแรก  และในฤดูกาลที่แล้ว  อูลยัว ก็ถือว่าเป็นโจ๊กเกอร์ประจำทีมเมื่อสามารถลงมาซัดประตูได้อยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะพาทีม จิ้งจอกสีน้ำเงิน สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยแรกได้สำเร็จ

เฮอร์นัน เครสโป – 20 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2003 – 2004, 2005 – 2006

สโมสร : เชลซี

            เครสโป คือศูนย์หน้าที่ประสบความสำเร็จสุดๆ สมัยที่ค้าแข้งในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่เล่นให้กับ ปาร์ม่า และ ลาซิโอ  ก่อนที่เขาจะย้ายมาเล่นให้กับ เชลซี ด้วยความหวังการทำประตูให้ได้มากที่สุด ซึ่งแม้สถิติของเขาจะอยู่ในอันดับที่ 3 แต่เมื่อดูจำนวนประตูแล้วก็ถือว่าน่าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดสำหรับหัวหอกชื่อก้องโลกในเวลานั้น สุดท้ายแล้วเขาจึงได้ถูกปล่อยกลับ อิตาลี ไปแบบเจ็บปวดใจสุดๆ

คาร์ลอส เตเบซ- 84 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง : 2006 – 2013

สโมสร : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้

            การตัดสินใจมาร่วมทีม เวสต์แฮม ณ เวลานั้นได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่ววงการลูกหนังโลก และก็ถือว่าไม่ธรรมดาเมื่อ เตเบซ เป็นผู้ยิงประตูชัยให้กับทีมในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บุกไปเอาชนะ แชมป์ปีนั้นอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปร่วมทัพ “ปีศาจแดง” ก่อนที่จะทำช็อคโลกด้วยการย้ายไปร่วมทีมคู่อริอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้  อย่างไรก็ตามตลอด 7 ฤดูกาล ที่ อาปาเช่ ค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก เขาโชว์ฟอร์มสุดยอดได้ตลอดเวลา และทีมงานSBOBET  ถือว่าเป็น 1 ในนักเตะอาร์เจนไตน์ ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง 

เซร์คิโอ อเกวโร – 107 ประตู

ปีที่ค้าแข้ง: 2011 – ปัจจุบัน

สโมสร: แมนเชสเตอร์ ซิตี้

            หากนับจำนวนนัดที่ “เอลกุน” ลงสนาม ก็คงมีแค่ อลัน เชียร์เรอร์ ตำนานทีมชาติะอังกฤษ ที่ยิงทะลุ 100 ประตูด้วยจำนวนเกมที่น้อยกว่าเขาในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทีมงานSBOBET   เชื่อว่าแข้ง อาร์เจนไตน์ รายนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอลแดนผู้ดีได้เป็นอย่างดี ด้วยความไว และความคม ที่จะมีแข้งรายใดหาตัวจับได้ ซึ่ง อเกวโร่ ถือว่าเป็นสไตร์เกอร์ เบอร์ต้นๆของพรีเมียร์ลีกได้อย่างเหนียวแน่นจวบจนในปัจจุบันนี้

บทเรียนที่ทีมชาติไทยต้องจดจำ

             เส้นทางแห่งความฝันที่จะคว้าตั๋วของไปเตะ ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ของขุนพลแข้งทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เริ่มดูเลือนลางขึ้นมาเรื่อยๆ หลังถึงเวลานี้ก็ผ่านมาแล้ว  3 เกม ทัพ “ช้างศึก” ยังไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว หลังเกมล่าสุดบุกไปพ่าย ทีมชาติ สหรัฐอาหรับเอมิเรตท์ ด้วยสกอร์ 1-3  ในเกมรอบคัดเลือก โซนเอเชีย

             ซึ่งเกมนี้ ทีมงานSBOBET  มองว่าแข้ง”ช้างศึก” สู้กับคู่แข่งจากตะวันออกกลางได้ดี (อย่างน้อยก็ดีกว่าเกมที่พบ ญี่ปุ่น) และสามารถทำประตูแรกในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย ได้แล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอให้เราที่จะคว้าแต้มอันล้ำค่ามาครองได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะขยับโปรแกรม ไทยลีก ในวันที่ 28 กันยายน ออกไปเพื่อให้ทีมชาติไทย สามารถมีเวลาในการเก็บตัวเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่า การทำการบ้านเตรียมตัวจะยังไม่พออยู่ดีในเกมนี้ เมื่อแนวรับของไทยยังผิดพลาดให้เห็นในเกมนี้ โดยเฉพาะการโดนแข้งอย่าง โอมาร์  อับดุลราห์มาน  จอมทัพเบอร์ 10 ที่จ่ายบอลทะลุที่ว่างในแนวรับของไทยพูดง่ายๆว่าไม่สามารถรับมือได้เลย 

             ทีมงานSBOBET จำได้ว่าสื่อทั้งจากสำนักต่างประเทศ และในไทย ต่างประโคมข่าวฟอร์มการเล่นของ ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้  แต่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ก็ยืนยันว่าจะไม่ประกบติดตลอดทั้งเกม ซึ่งเมื่อไร้ซึ่งคนประกบ ยอดแข้งระดับท็อปของเอเชียก็ปล่อยของแบบเต็มๆให้ไทยได้เห็น และทุกประตูที่ไทยเสียไป ล้วนมาจากจุดเริ่มต้นของเขาทั้งหมด นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เขามีความสำคัญกับเกมรุกของ ยูเออี มากขนาดไหน

             นอกจากนี้อีกสิ่งที่น่าสนใจคือไทยได้โอกาสจากลูกเตะมุมมากถึง 10 ครั้งแต่กลับไม่ได้ลุ้นใกล้เคียงเข้าไปทำประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว  สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดละออในเกม นอกจากนี้ 11 คนแรก มีนักเตะหลายคนที่ได้โอกาสก่อนหน้านี้ 2 เกมแต่ก็ยังเค้นฟอร์มไม่ได้ ยังคงได้ลงเป็นตัวจริงตามเดิม แสดงให้เห็นว่า ช้างศึกยัง ยังทำการบ้านเตรียมพร้อมในจุดนี้มายังไม่พอ

             ที่ผ่านมาสามเกม ทีมงานSBOBET  มองว่าเกมนี้ทีมชาติไทยสามารถต่อกรกับคู่แข่งในระดับเอเชียได้ดีที่สุด แม้จะไม่มีแต้มติดมือ เมื่อสามารถครองเกมบุกได้มากขึ้น แถมสถิติยังชี้ชัดว่าไทยครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านด้วยซ้ำ หากแต่จังหวะสกอร์ที่ยังมีน้อยกว่าและยังขาดความเด็ดขาด จนทำให้แพ้ไป  แม้ว่า ธนา ชะนะบุตร จะเบิกสกอร์แรกให้ทีมไทยในรอบนี้ได้สำเร็จ ซึ่งเกมในระดับทวีปอย่างนี้โอกาสจะมีไม่บ่อยเหมือนอย่างในระดับอาเซียน เพราฉะนั้นเมื่อได้รับโอกาสจะต้องแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูให้ได้ เหมือนอย่างที่ ยูเออี ได้แสดงให้เราเห็นในช่วงท้ายเกม ที่ไทยเกือบจะได้ประตูตีเสมอ และเมื่อทำไม่ได้ก็ถูก อาเหม็ด คาลีล ลงโทษทันที

             สองเกมแรกทีมชาติไทย ใช้โควตาตัวสำรองไป อย่างไม่เกิดประโยชน์ แต่ในเกมนี้ ทีมงานSBOBET ขอชื่นชมการการส่งตัวสำรองลงสนาม เพราะผู้เล่นอย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง และ ธนา ชะนะบุตร สามารถลงมาเปลี่ยนแปลงเกมได้รวมไปถึง ประทุม ชูทอง ที่ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรให้เห็น ทำให้เกมนัดต่อไป อย่างน้อยทีมงานสต๊าฟโค้ชของไทยจะได้เห็นว่ามีนักเตะที่ให้เลือกใช้งานเพิ่มเติมมากขึ้น และไม่แน่ว่าโฉมหน้า 11 ตัวจริงในเกมหนีบ๊วยกับอิรักอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ได้ หากยึดจากฟอร์มล่าสุด

             ผ่านสามนัดทีมชาติไทยกอดคอกับอิรักอยู่ในตำแหน่งบ๊วยของตาราง และถูกทีมอื่นๆทิ้งห่างไปเรื่อยๆ โดยจ่าฝูงอย่างออสเตรเลียมี 7 คะแนนเท่ากับ ซาอุดิอาระเบีย และ ญี่ปุ่น กับ ยูเออีมี 6 แต้มเท่ากัน การพ่ายแพ้นัดนี้ยังไม่ใช่การปิดประตูไปฟุตบอลโลกในหนนี้ของทีมชาติไทย เพราะยังเหลืออีก 7 เกมให้ต่อสู้กันไป

             ถึงเวลานี้แม้ว่าโอกาสที่เราจะได้ลุ้นไปเตะ ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย จะดูริบหรี่ลงเต็มที แต่ทีมงานSBOBET อยากให้นักเตะทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ มาถึงรอบนี้เชื่อว่าแฟนบอลไทยคอยให้กำลังใจอยู่แล้ว ถึงแม้จะแพ้กลับมาก็ตาม ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องดีหากเราลืมเรื่องการสร้างประวัติศาสตร์ไปลุยฟุตบอลโลกไว้ก่อน แล้วหันมาโฟกัสกับความเป็นจริงที่อยู่ข้างหน้า เริ่มจากมองเป้าหมายต่อไป ในเกมที่จะพบกับ อิรัก ในวันที่ 11 ตุลาคม เป็นอย่างแรก  หลังจากที่ ทีมชาติไทยเคยผ่านเข้ารอบนี้มาเมื่อ 16 ปีที่แล้วและนับถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เคยชนะใคร เชื่อว่าทุกสิ่งหลังจากนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ มันจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดให้ทีมชาติไทยแน่นอนครับ